นายเทพไท เสนพงศ์" อดีต สส.นครศรีธรรมราชโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า แปลกใจทำไม ศุภจี ตกกระป๋อง
ขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เกี่ยวกับดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 เปรียบเทียบกับดัชนีการเมืองไทย ในเดือนเมษายน และเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เกี่ยวกับบทบาทนักการเมือง ซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ในส่วนของฝ่ายรัฐบาล พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีบทบาทโดดเด่นเป็นอันดับ1 คือ 37.07% อันดับ2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทโดดเด่น 29.06% อันดับ2 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับความนิยม 16.09% อันดับ4 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับความนิยม 10.76% และอันดับ5 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับความนิยม 7.02%
ในรัฐบาลสำหรับความนิยมของนายอนุทิน เป็นอันดับ1 ไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญ และได้ออกสื่อมากที่สุด เป็นที่รู้จักในหมู่ประชาชนมากที่สุด แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทยในช่วงหาเสียงได้นำบุคคล3คนไปเป็นตัวโชว์ในการหาเสียง คือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
แต่ถ้าดูผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล จะเห็นได้ว่า นางศุภจีไม่ติดอันดับ1ใน5 ทั้งที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น่าจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และยิ่งอยู่ในช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส และมีบทบาทสำคัญในการจัดการ เรื่องราคาสินค้าสินค้าภาคเกษตร และสินค้าที่นำมาจำหน่ายให้กับประชาชน แต่บทบาทของนางศุภจีกลับไม่ติดในโผ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะกลับมีชื่อของนางสาวซาบีดา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม มีบทบาทน้อยแต่ภาพลักษณ์อาจจะดี ก็เลยติดอันดับเป็นอันดับ4
ในส่วนของนักการเมืองฝ่ายค้าน หรือ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่มีบทบาทโดดเด่นปรากฏว่า มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอันดับหนึ่ง 25.19% อันดับ2 นางรัชนก ศรีนอก 24.96% อันดับ3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 24.59% อันดับ4 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล 13.96% และอันดับ5 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ 11.28%
ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน ถือได้ว่าคะแนนบทบาทหรือความนิยมเกาะกลุ่มกัน ไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะเป็นอันดับ1ก็ตาม แต่อันดับ2 อันดับ3 อันดับ4 อันดับ5 ก็ทิ้งห่างกันไม่มาก และส่วนใหญ่สังกัดพรรคประชาชนทั้งสิ้น ถือว่าคะแนนความนิยมของพรรคฝ่ายค้าน เป็นคะแนนที่เกาะกลุ่มและมีบทบาทใกล้เคียงกัน
ส่วนดัชนีการเมืองไทยในช่วง3เดือน ที่สวนดุสิตโพลได้สำรวจใน 25 ประเด็น พบว่า คะแนนลดลง 23 ประเด็น ที่เท่าเดิมมีอยู่2เรื่องเท่านั้น คือเรื่องนโยบายการบริหารประเทศและการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งน่าจะมาจากเหตุผลที่รัฐบาลได้ออกนโยบายไทยช่วยไทยพลัส กับการตั้งซูเปอร์บอร์ดในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นประธาน และมีภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกจากนั้น 23 เรื่อง ถดถอยตกต่ำทั้งสิ้น
ถ้าดูผลการสำรวจดัชนีการเมืองไทย ของสวนดุสิตโพล ทำให้เห็นว่าความเชื่อมั่น หรืออนาคตของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ในอาการน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง
ขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เกี่ยวกับดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 เปรียบเทียบกับดัชนีการเมืองไทย ในเดือนเมษายน และเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เกี่ยวกับบทบาทนักการเมือง ซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ในส่วนของฝ่ายรัฐบาล พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีบทบาทโดดเด่นเป็นอันดับ1 คือ 37.07% อันดับ2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทโดดเด่น 29.06% อันดับ2 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับความนิยม 16.09% อันดับ4 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับความนิยม 10.76% และอันดับ5 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับความนิยม 7.02%
ในรัฐบาลสำหรับความนิยมของนายอนุทิน เป็นอันดับ1 ไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นนายกรัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญ และได้ออกสื่อมากที่สุด เป็นที่รู้จักในหมู่ประชาชนมากที่สุด แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทยในช่วงหาเสียงได้นำบุคคล3คนไปเป็นตัวโชว์ในการหาเสียง คือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
แต่ถ้าดูผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล จะเห็นได้ว่า นางศุภจีไม่ติดอันดับ1ใน5 ทั้งที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น่าจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และยิ่งอยู่ในช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส และมีบทบาทสำคัญในการจัดการ เรื่องราคาสินค้าสินค้าภาคเกษตร และสินค้าที่นำมาจำหน่ายให้กับประชาชน แต่บทบาทของนางศุภจีกลับไม่ติดในโผ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะกลับมีชื่อของนางสาวซาบีดา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม มีบทบาทน้อยแต่ภาพลักษณ์อาจจะดี ก็เลยติดอันดับเป็นอันดับ4
ในส่วนของนักการเมืองฝ่ายค้าน หรือ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่มีบทบาทโดดเด่นปรากฏว่า มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอันดับหนึ่ง 25.19% อันดับ2 นางรัชนก ศรีนอก 24.96% อันดับ3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 24.59% อันดับ4 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล 13.96% และอันดับ5 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ 11.28%
ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน ถือได้ว่าคะแนนบทบาทหรือความนิยมเกาะกลุ่มกัน ไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะเป็นอันดับ1ก็ตาม แต่อันดับ2 อันดับ3 อันดับ4 อันดับ5 ก็ทิ้งห่างกันไม่มาก และส่วนใหญ่สังกัดพรรคประชาชนทั้งสิ้น ถือว่าคะแนนความนิยมของพรรคฝ่ายค้าน เป็นคะแนนที่เกาะกลุ่มและมีบทบาทใกล้เคียงกัน
ส่วนดัชนีการเมืองไทยในช่วง3เดือน ที่สวนดุสิตโพลได้สำรวจใน 25 ประเด็น พบว่า คะแนนลดลง 23 ประเด็น ที่เท่าเดิมมีอยู่2เรื่องเท่านั้น คือเรื่องนโยบายการบริหารประเทศและการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งน่าจะมาจากเหตุผลที่รัฐบาลได้ออกนโยบายไทยช่วยไทยพลัส กับการตั้งซูเปอร์บอร์ดในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นประธาน และมีภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกจากนั้น 23 เรื่อง ถดถอยตกต่ำทั้งสิ้น
ถ้าดูผลการสำรวจดัชนีการเมืองไทย ของสวนดุสิตโพล ทำให้เห็นว่าความเชื่อมั่น หรืออนาคตของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ในอาการน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง


