นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันแรกของการใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก หลังเปิดระบบเพียง 30 นาที มีผู้ใช้สิทธิ์ไปแล้วกว่า 62,000 ราย จากผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 26 ล้านคน สร้างยอดใช้จ่ายรวมกว่า 11.12 ล้านบาท จากกว่า 70,000 รายการ
ปัจจุบันมี ร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1.05 ล้านแห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านค้าทั่วไป และบริการ เช่น รถแท็กซี่ และรถโดยสาร ขสมก. ขณะที่ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ และร้านนวดสปา ไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมาตรการมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพจากวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมัน วงเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่สามารถนำไปทบเดือนถัดไปได้ โดยระบบจะรีเซ็ตวงเงินใหม่ 1,000 บาท ในวันที่ 1 ของทุกเดือน ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไปได้
ปัจจุบันมี ร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1.05 ล้านแห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านค้าทั่วไป และบริการ เช่น รถแท็กซี่ และรถโดยสาร ขสมก. ขณะที่ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ และร้านนวดสปา ไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมาตรการมุ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพจากวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมัน วงเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน หากใช้ไม่หมดจะไม่สามารถนำไปทบเดือนถัดไปได้ โดยระบบจะรีเซ็ตวงเงินใหม่ 1,000 บาท ในวันที่ 1 ของทุกเดือน ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือในระยะต่อไปได้


