xs
xsm
sm
md
lg

‘หมออิทธพร’ห่วงผู้สูงอายุขับรถช่วงค่ำ หลังกรมทางหลวงปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า"ไฟทางหลวงดับยามดึก...แล้วสายตาคุณพ่อคุณแม่จะมองเห็นทางไหม?"

เรื่องจริงที่อยากให้ลูกหลานอ่าน

ตามที่ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ได้เผยแพร่ "ประกาศกรมทางหลวง เรื่อง มาตรการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงแผ่นดิน" กำหนดให้ปิดไฟบนทางหลวงเลขทาง ๔ หลัก ในช่วงเวลา ๒๒.๐๐–๐๖.๐๐ น. โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและการประหยัดพลังงานของประเทศ

ผมขอเรียนก่อนว่าเป็นนโยบายที่ดีมีเหตุผลรองรับ ประกาศฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขไว้รอบคอบ ทั้งการเว้นจุดเสี่ยง ทางแยก ทางโค้ง คอสะพาน ชุมชนหนาแน่น และพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย อีกทั้งหลายประเทศในยุโรปก็ใช้มาตรการลักษณะนี้ในช่วงวิกฤตพลังงาน และงานวิจัยในอังกฤษและเวลส์พบว่าการปิดไฟบางช่วงไม่ได้เพิ่มอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อใช้จริง

แต่ในฐานะแพทย์ ผมขออนุญาตเติมข้อมูลทางการแพทย์อีกมุมหนึ่ง ด้วยความปรารถนาดี เพื่อให้นโยบายสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ

**เรื่องที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบ: สายตากับความมืด**

เมื่ออายุมากขึ้น การปรับสายตาในที่มืด (dark adaptation) จะช้าลงกว่าวัยหนุ่มสาว ๒–๓ เท่า งานวิจัยพบว่าผู้ขับขี่อายุเกิน ๖๕ ปี มักตอบสนองต่ออันตรายช้าลง ถูกแสงไฟหน้ารถที่สวนมารบกวนรุนแรงกว่า และฟื้นตัวจากแสงจ้าช้ากว่า จนประมาณ ๑ ใน ๓ ของผู้สูงวัยในต่างประเทศเลือกเลิกขับรถกลางคืนด้วยตนเอง ซึ่งคนไทยก็คงคล้ายกัน แต่ปัญหาปัจจุบัน ครอบครัวเล็กลง และอาจจะไม่มีบุตรหลานช่วยขับ ยังต้องขับเองอยู่ดี🚗

**โรคที่คนไทยเป็นมาก และกระทบการมองเห็นยามค่ำคืน**

นี่คือจุดที่ผมห่วงเป็นพิเศษ เพราะคนไทยมีปัจจัยเสี่ยงสูง

เบาหวาน — คนไทยป่วยประมาณ ๖.๕ ล้านคน หรือ ๑ ใน ๑๐ คน และร้อยละ ๔๐ ยังไม่รู้ตัวว่าป่วย ในกลุ่มนี้ราว ๑ ใน ๓ มีภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน ซึ่งทำลายการมองเห็นในที่มืดและการมองภาพรอบข้างโดยตรง

ความดันโลหิตสูง — เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของจอประสาทตาเสื่อมเช่นกัน และผู้สูงวัยไทยจำนวนมากมีทั้งเบาหวานและความดันพร้อมกัน ความเสี่ยงจึงทับซ้อน

ต้อกระจกและต้อหิน — ทำให้แสงกระจายในลูกตา มองเห็นในที่มืดยากขึ้น โดยผู้ป่วยต้อหินตอบสนองต่ออันตรายช้ากว่าคนปกติเกือบครึ่งวินาที ซึ่งที่ความเร็ว ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับรถวิ่งไปแล้วกว่า ๑๐ เมตรก่อนจะเบรกได้

ยา-อีกปัจจัยที่มักถูกมองข้าม: ยาบางชนิดทำให้การมองเห็นแย่ลง

ผู้สูงวัยมักรับประทานยาหลายชนิด และยาบางกลุ่มมีผลต่อการมองเห็นในที่แสงน้อย เช่น ยาแก้แพ้บางชนิด ยานอนหลับ ยาคลายเครียด ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเก่า รวมถึงยาบางตัวที่ทำให้รูม่านตาขยายและไวต่อแสงจ้ามากขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อต้องขับรถกลางคืน หรือถามเมื่อได้รับยา รวมถึงการไปซื้อยาเองที่ร้านขายยาก็มีความเสี่ยงนะครับ

ระบบตรวจสายตาของเราดีแล้ว แต่ยังเติมได้อีก

ปัจจุบันการต่อใบขับขี่มีการตรวจสายตาด้วยแผ่นวัดสายตา (Snellen chart) และตรวจลานสายตาอย่างง่าย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีและจำเป็น แต่การตรวจนี้ทำในที่สว่างเวลากลางวัน จึงยังไม่ครอบคลุมความสามารถในการมองเห็นขณะขับรถกลางคืนในที่มืด ซึ่งจะยิ่งสำคัญมากขึ้นเมื่อไฟทางหลวงถูกปิด

ข้อเสนอด้วยความหวังดี

๑. อยากชวนกรมการขนส่งทางบกและ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ ร่วมพิจารณาเพิ่มการประเมินการมองเห็นในสภาวะแสงน้อยสำหรับผู้ขับขี่สูงวัย เพื่อความปลอดภัย คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย โดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมากนัก ถ้าเจอจะได้รีบรักษาซึ่งใช้สิทธิต่างๆได้ แทบไม่เสียเงินอยู่แล้ว

๒. เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง เข้ากับการดูแลและคำแนะนำเรื่องการขับขี่กลางคืน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องใหญ่แต่ทำได้ในยุคเทคโนโลยี ปัจจุบัน ผ่านทางสื่อดิจิตอล

๓. ขอเสนอให้กรมทางหลวงติดตามสถิติอุบัติเหตุก่อนและหลังปิดไฟ แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นระยะ เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามประเมิน โดยเฉพาะในแต่ละชุมชน เจ้าของถนนที่ดับไฟ อีกประการในบางชุมชนที่มีที่ท่องเที่ยว ช่วงเวลา ๒๒.๐๐ น. - ๐๒.๐๐ น.จะเป็นช่วงปิดร้านคนดื่มสุราขับรถกลับบ้าน หากปิดไฟอาจยิ่งอันตราย บางทีการปรับเวลาเป็น ๐๒.๐๐ น ถึง ๖ โมงเช้าจะปลอดภัยกว่า ประหยัดลดลงหน่อย แต่ปลอดภัยขึ้นครับ

๔. ในระยะยาว อาจพิจารณาระบบไฟอัจฉริยะที่ปรับความสว่างตามปริมาณรถ ซึ่งบทเรียนจากยุโรปพบว่าประหยัดพลังงานได้สูงกว่าการปิดไฟทั้งดวง โดยถนนไม่มืดสนิท ลงทุนเพิ่มอีกหน่อยจะได้ปลอดภัยครับ

ประหยัดพลังงานกับความปลอดภัยไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราทำได้ทั้งคู่หากวางแผนร่วมกันดี ๆ แพทยสภาและราชวิทยาลัย ยินดีให้ความร่วมมือทางวิชาการอย่างเต็มที่ครับ

และฝากถึงลูกหลานทุกท่าน หากคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายยังขับรถกลางคืนอยู่ ลองชวนท่านไปตรวจสุขภาพตาสักครั้งนะครับ ดวงตามีคู่เดียว ดูแลกันไว้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการขับรถครับ

ด้วยความห่วงใย
หมออิทธพร
30.05.2569

*ความเห็นนี้เป็นทัศนะส่วนตัวในฐานะแพทย์ มิใช่มติหรือประกาศของแพทยสภา*