น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า“พออะไรสักอย่างกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย สิ่งนั้นก็จะกลายเป็น รหัส ATM เพื่อกดเงินของรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่นยุคก่อนหน้านี้ แอปพลิเคชั่นกำลังบูม ทุกหน่วยงานจึง กดรหัส “ของบทำแอป” จนประเทศเรามีแอปพลิเคชั่นภาครัฐที่ไม่ได้ใช้งานบานตะเกียง รวมๆ น่าจะเป็น 1000 แอป แต่ใช้งานจริงๆไม่ถึง 10 แอป
ให้ทายว่ารหัสกดเงินสดปีนี้จะเป็นอะไรเอ่ย ? .. ติ๊กต๊อกๆ เฉลย คำตอบ คือ Ai จ้า
กระทรวง DE ขอนำกระทรวงอื่นๆ ไปก่อน 1 ก้าวครับ ลูกพ่อเนวินและแม่กรุณา ไชยชนก ชิดชอบ จัดให้แล้วล้วงเงินกองทุน DE ไปทำ โครงการ TH ai passport 1600 ล้านบาท! นี่แค่โครงการเดียวนะจ๊ะ ปีนี้ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะกดกันไปอีกเท่าไหร่
จากการเรียกเข้ามาชี้แจงใน กมธ.ติดตามงบฯ ได้ข้อมูลอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ
ก่อนอื่นไอซ์การันตีให้เลยว่าคุณเองก็เป็นได้นะรัฐมนตรี DE น่ะ ไม่ยากหรอก ไม่ต้องใช้สมองเยอะ เพราะโครงการนี้ถูกปั้นขึ้นมาด้วยสาเหตุว่า “ต้องการลดค่าครองชีพให้คนไทย” ซึ่งเราตั้งคำถามกันหนักมาก ว่ามันเป้นภาระกิจของกระทรวง DE หรือ กองทุน DE ตั้งแต่เมื่ไหร่ ? ไม่มีใครตอบ
วิธีคิดง่ายๆ ก็คือ ถ้าประชาชนซื้อ ai ใช้กันเอง โดยซื้อแบบ pro ตีว่าเดือนละ 600 X 12 เดือน X 5 ล้านคน จะเป็นเงินถึง 36,000ล้านบาท ถ้าซื้อหลายตัวก็คูณไปอีกก ดังนั้นรัฐบาลซื้อ ai แจกเองดีกว่า ใช้เงินแค่ 1600ล้านเอง! ประหยัดเงินให้ประชาชนได้ตั้งหลายหมื่นล้านอะ โคตรจีเนียส อัจฉริยะ แค่ใช้เงิน 1600 ล้าน ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้หลายหมื่นล้าน คิดได้ยังไง
ประเด็นหลัก
1)กระทรวง DE นอกจากจะได้เงินจากงบประมาณแผ่นดินทุกปี ปีละประมาณ 10,000 ล้าน ++ แต่ยังมีกระเป๋าเงินที่หยิบใช้ได้สะดวกมือไม่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ของสภา การตรวจสอบน้อยกว่า คือเงินในกองทุน DE ซึ่งตามกฏหมาย กสทช. จะแบ่งให้จากเงินที่ประมูลความถี่และรายได้ของค่ายมือถือ ปีๆนึงก็เป็นพันๆล้านอยู่มาใส่ไว้ให้
ซึ่งปีงบ 69 กองทุนนี้ มีเงินเพื่ออุดหนุนให้ไปทำโครงการต่างๆสูงถึง 7,906.82 ล้านบาท! เกือบจะเท่างบกระทรวงที่ผ่านสภาอยู่แล้ว เยอะกว่างบทั้งปีของบางกระทรวงอีก **ที่สำคัญ TH ai passport 1600 ล้านบาท เป็นโครงการที่มูลค่ามากสุด ตั้งแต่มีกองทุน DE มา!
ถามว่าถ้าโครงการมันดีมากขนาดนั้น ทำไมไม่กล้าของบประมาณสภาตามปกติ เจ้าหน้าที่บอกว่า อ่อ เงินกองทุนเหลือพอดี แต่ไม่จริงหรอก ที่ไม่กล้าขอเงินจากงบปกติก็เพราะ โครงการแบบนี้ใครที่ไหนจะอนุมัติให้ ถ้าเข้าสภามาโดยแหกอก โดนตัดไม่เหลือชิ้นดีแน่ ก็เลยไปใช้งบช่องที่มันไม่มีการตรวจสอบที่เข้าข้นจากสภาไงล่ะ
2) อย่างที่บอกว่าเงินจากกองทุน การตรวจสอบน้อยกว่า ใช้กันได้แบบเพลินๆ โดยปกติ โครงการเกิน 1000 ล้าน ต้องเข้า ครม.เพื่อดูอะไรให้มันรอบคอบ ความเหมาะสม ความคุ้มค่า ซึ่งเป็นกฏหมายที่ต้องปฏิบัติ แต่! เงินในกองทุน DE จะหยิบไปใช้เท่าไหร่ ก็ไม่ต้องผ่านครม. ไม่ต้องผ่านสภาด้วย!
3)กองทุน DE ตอนที่อนุมัติงบประมาณก้อนนี้
ไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการ DE
พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธาน คกก. กองทุน DE ตามกฎหมาย
55555555555555555555555555555555555555555555555 อยู่ดีดีก็อยากขำแบบไม่มีสาเหตุ
4)มาถึงตัวเนื้อโครงการกันบ้าง ว่าง่ายๆ โครงการนี้เอาเงินแผ่นดินไปซื้อ ai มาแจก โดยอ้างว่าจะแจกแบบโปร พรีเมียม ให้ประชาชน 5 ล้านคน คุ้มไม่คุ้มสายเทคเข้ามาวิแคะกันให้ที
5)จะพีคละนะ *โดยผู้ชนะการประมูลบอกว่า คน 5ล้านคน สามารถใช้ ai แบบแพคเกจโปรโดยเลือกใช้ได้ 12 ตัว ไม่อั้น เลยลองเปิดราคา
(1) Gemini: Google AI Pro ราคา 750 บาท/เดือน
(2) ChatGPT: Plus ราคา 699 บาท/เดือน
(3) DeepSeek: ไม่มี subscription รายเดือน แต่คิดค่า API ต่อ Token (จ่ายตามที่ใช้จริง) ก็คือ คิดราคาต่อล้านคำ
(4) Qwen: คิดราคาแบบ Tokens เหมือนกัน
(5) Kimi: Allegro 79 ดอลลาร์ (2,579 บาท)/เดือน
(6) LLaMA: เปิดให้ใช้ฟรีผ่าน Meta AI
(7) Minimax: คิด Tokens Minimax-M2.7 Input 0.30 ดอลลาร์ (9.8 บาท)/1 ล้าน tokens, Output 1.20 ดอลลาร์ (39.18 บาท)
(8) Grok: SuperGrok 30 ดอลลาร์ (979.50 บาท)
(9) GLM: คิดราคา Tokens ตัว GLM-5 Input 32.65 บาท, Output 104.48 บาท
(10) Mistral: Pro ราคา 14.99 ดอลลาร์ (489.42 บาท)/เดือน
(11) Claude: Pro ราคา 17 ดอลลาร์ (554.05 บาท)/เดือน ถ้าเลือกว่าจะจ่ายปีนึง แต่ถ้าเลือกจ่ายรายเดือน ราคา 20 ดอลลาร์ (653 บาท)/เดือน
(12) Typhoon: Typhoon 2.1 Gemma 0.20 ดอลลาร์ (6.53 บาท)/1 ล้าน Tokens
ทุกคนคิดตามนะ โครงการนี้ ส่วนที่เป็นงบ ai จริงๆ ที่ 1500 ล้านบาท ถ้าแจก 5ล้านคน 12 เดือน จะตก 30บาท/คน/เดือน เราจะได้ใช้ ai 12 ตัว แบบโปร ซึ่งถ้าซื้อใช้เองไม่มีทางได้ราคานี้ ถ้าคิดแค่นี้โคตรคุ้ม แต่ลองมองดูความความเป็นจริง มันจะได้ใช้หรอ ?
พอถามถึงวิธีการจัดการ token เจ้าหน้าที่ตอบว่าวิธีการคำนวนยังเป็นปัญหาอยู่ เอ้า! ยังคำนวนไม่ได้แต่เปิดประมูลโครงการ จนได้ผู้ชนะ
ไม่อยากลองทายเลยกลัวทายถูก กลัวว่าประชาชนจะได้ใช้ ai ธรรมดาๆ เนี่ยแหละ แล้ว 1500 ล้านจะปลิวหายไปกับสายลม
6)โครงการนี้ ถูกประมูลโครงการไปโดยยอดมนุษย์ เพราะตั้งแต่เริ่มชงจนได้ผู้ชนะโครงการ เท่ากับว่ามีเวลาไปดีล ai จากบริษัทยักใหญ่ระดับโลก 12เจ้า โดยทำแพคเกจมัดรวมทั้งหมด แค่เพียง 34 วัน! คือถ้าไม่ใช่ยอดมนุษย์ ก็ต้องเป็นสุดยอดซูปเปอร์คอนเนคชั่น หรือไม่ก็ รู็ล่วงหน้าว่าจะมีโครงการนี้เกิดขึ้น เลยสามารถเตรียมตัวก่อนได้ อิอิ
7)สดช.เป็นฝ่ายธุรการกองทุน แต่ดันได้ทุนซะเอง เราถามว่าแบบนี้ ก็เอาเปรียบคนอื่นๆ ที่มาของบประมาณสิ ตอนแรกตอบปัดบอกไม่หรอก แต่ไปๆมาๆ เจ้าหน้าที่หัวเราะแหะๆ ตอบแบบเขินๆว่า ก็รู้ว่าเงินเหลือเท่าไหร่ก็เลยเขียนขอโครงการได้ตรงตามงบที่เหลือเปะ วัตถุประสงค์ที่อยากให้ ดิจิทัลประเทศไทยเติบโตงอกเงย วางไว้ก่อน ขอใช้เงินก่อนคร้าบ
8)เนื่องจากเป็นเงินของภาครัฐ ผู้ลงทะเบียนใช้จะถูกเก็บข้อมูลการเสริชทั้งหมด ถามใน กมธ. เจ้าหน้าที่ก็ยอมรับว่าเก็บทุกการเสริชตามบุคคลที่ลงทะเบียนจริง ดังนั้นผู้ใช้โปรดรู้ไว้ว่าท่านถามอะไร หรือ เสริชอะไรกับ ai รัฐบาลรู้หมด เปรียบเสมือน big brother ที่คอยสอดส่องดูข้อมูลของทุกคน
9)ส่อลอคสเปก* โครงการนี้เป็นยำรวมมิตรของหลายๆอย่าง รวมเอาระบบ AI + จัดอบรม + ประชาสัมพันธ์ + Call Center ไว้ด้วยกัน ที่น่าสนใจคือ TOR กำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องโฆษณาผ่านจอในร้านสะดวกซื้อ "จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ไม่น้อยกว่า 6,000 จอ" ทั้งๆที่ การกำหนด TOR การประชาสัมพันธ์แบบทั่วไป จะใช้จำนวนเอนเกจเม้ หรือจำนวนการเข้าถึงเป็นเกณฑ์ แต่นี่ลอคเลยว่าจะเอาจอ
คนเล่นเค้ารู้กัน
ลองคิดดูว่ามีกี่บริษัทที่มีจอโฆษณากระจายอยู่ทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อ อยู่ในห้างสรรพสินค้า แล้วบริษัทนั้นก็ดันโชคดีได้รับโครงบการภาครัฐจากกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีอยู่บ่อยๆ จอโมโตจีพี ป้ายโฆษณากระทรวงแรนงานที่ถูกตั้งงบไว้ตั้งแต่ยุคภูมิใจไทย และอีกมากมาย ฯ
ตอนเด็กๆใครชอบดูโคนัน ลองสวมวิญญาณยอดนักสืบดู ว่าใครได้โครงการ แล้วสาวไปเรื่อยๆเจอบริษัทชื่ออะไร > <
10) ผู้ชนะประมูล ** เป็นกิจการค้าร่วม ที่เป็นการรวมร่างและแยกร่างแล้วกลับรวมกันอีกที ของบริษัทยักใหญ่ อาจจะไปเชื่อมโยงการโครงการหลายพันล้านใน กระทรวงศึกษาและกระทรวง อว. อีก เอาแค่นี้ก่อนละกัน
11) รัฐมนตรี DE ห่วงใยคนไทยอยากช่วยประหยัดค่า ai จริงๆ หรือ แค่อยาก “ล้วงเงินกองทุน DE ออกไปให้ได้มากที่สุด ผ่านโครงการภาครัฐ” ถึงปล่อยให้โครงการแปลกๆมูลค่ามหาศาลแบบนี้เกิดขึ้น
โครงการนี้จะเปิดให้ลงทะเบียนต้น 5-10 มิถุนายน นี้แล้ว เบรคไม่ได้แล้วจ้า
แต่เราจะไม่อยู่เฉยแน่นอน กมธ.ติดตามงบฯ นัดต่อไปสำหรับเรื่องนี้ เตรียมหาเวลาเชิญ ปปช สตง. และหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ มาช่วยกันถ่างตาดู ว่ามีอะไรผิดปกติไหม”


