นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คลองระบายน้ำ ร.1 ในพื้นที่ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ต้องรองรับปริมาณน้ำมากเกินกว่าศักยภาพที่ออกแบบไว้ กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้กัดเซาะฐานรากและโครงสร้างคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความเสียหายในหลายจุด กรมชลประทานได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ โครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำในภาพรวมของจังหวัดสงขลา จำนวนประมาณ 243 รายการ วงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงได้เสนอโครงการผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และโครงการขุดลอกคลองเพิ่มเติมอีก 14 สาย เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบจากอุทกภัยในอนาคต
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเสนอ “โครงการซ่อมแซมระบบระบายน้ำและอาคารประกอบคลองระบายน้ำ ร.1” วงเงินประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยโดยเฉพาะพื้นที่บ้านบางเหรียง ตำบลบางเหรียง ตลอดพื้นที่ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ไปจนเกือบถึงประตูระบายน้ำบางหยี ระยะทางรวม 14 กิโลเมตร (สองฝั่งคลอง ฝั่งละ 7 กิโลเมตร) อย่างครบวงจร ทั้งการซ่อมแซมแผ่นคอนกรีตคลองที่แตกร้าวและทรุดตัว การเสริมความแข็งแรงด้วยคอนกรีต การเทพื้นใหม่ รวมถึงการปรับปรุงถนนเลียบคลองที่ได้รับความเสียหาย โดยจะทำการเสริมชั้นดิน เทคอนกรีต ถนนลาดยางแอสฟัลต์และดำเนินการซ่อมแซมทุกจุดที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยตลอดความยาว คลองระบายน้ำ ร.1 จากประตูระบายน้ำหน้าควนถึงประตูระบายน้ำบางหยีด้วย
สำหรับคลองระบายน้ำ ร.1 ถือเป็นโครงสร้างสำคัญในการรองรับและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง กรมชลประทาน ได้เร่งหาแนวทางในการฟื้นฟูและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งในระหว่างรอการสนับสนุนงบประมาณ โครงการชลประทานสงขลา ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 16 ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ด้วยการนำเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย อาทิ การเสริมแนวคันดินในจุดเปราะบาง ซ่อมแซมผิวถนนเลียบคลองในจุดวิกฤต กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงขุดลอกตะกอนดินในบางช่วง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ รวมทั้งเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฝนในปีนี้อย่างเต็มศักยภาพ หวังลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
กรมชลประทาน ยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ควบคู่กับการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเพิ่มศักยภาพระบบระบายน้ำของจังหวัดสงขลาให้สามารถรองรับสถานการณ์ฝนและอุทกภัยได้อย่างยั่งยืนต่อไป


