xs
xsm
sm
md
lg

"เสรีพิศุทธ์" จ่อยื่น ป.ป.ช.- กกต.เอาผิด "อนุทิน-ไชยชนก" ปมเขากระโดง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.พรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าว ความคืบหน้าการขาดจริยธรรมของนายไชยชนก ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ได้ดำเนินการแยกเรื่องออกเป็น 2 ส่วน คือ การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางอาญากับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมที่ดิน กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และอีกส่วนคือการส่งเรื่องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องยื่นเรื่องผ่าน กกต. เนื่องจากไม่สามารถรวบรวมรายชื่อ สส. ฝ่ายค้าน เพื่อเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ โดยระบุว่ามีเพียง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนช่องทางการยื่นเรื่องผ่าน กกต. แทน พร้อมยืนยันว่าคำร้องและเอกสารหลักฐานทั้งหมดจัดทำอย่างละเอียดครบถ้วนในลักษณะเดียวกับสำนวนสอบสวน ไม่ใช่เพียงการยื่นเอกสารไม่กี่หน้า เนื่องจากตนมีประสบการณ์ด้านงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย จึงเห็นว่าทุกขั้นตอนต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

สำหรับคำร้องต่อ ป.ป.ช. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดเผยว่า ในคำร้องตนเองเป็นการกล่าวหา นายอนุทิน พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวม 4 คน ได้แก่ นายอนุทิน นายไชยชนก ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน ว่าอาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินตามมาตรา 362 และ 365 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตลอดจนบทบัญญัติของประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 9 มาตรา 61 มาตรา 62 และมาตรา 108 ทวิ วรรคสาม

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ เห็นว่ามีมูลเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดร่วมกันละเว้นการดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่เขากระโดง ตำบลอิสาณ และตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า พื้นที่กว่า 5,083 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด โดยพื้นที่ดังกล่าวรวมถึงที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบ สนามฟุตบอล สนามแข่งรถจักรยานยนต์ และธุรกิจหลายแห่งที่ดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงว่า หลังมีคำพิพากษาถึงที่สุด กรมที่ดินเริ่มดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิไปบางส่วน แต่ต่อมาอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นลาออก ก่อนมีการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง และไม่มีการเดินหน้าเพิกถอนต่อ ทั้งที่ศาลวินิจฉัยชัดเจนแล้วว่า ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นผู้บุกรุก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการก่อสร้างสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ในส่วนของนายไชยชนก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า แม้จะไม่ได้มีอำนาจโดยตรงเกี่ยวกับการเพิกถอนที่ดินของกรมที่ดิน แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินหลายแปลงในพื้นที่เขากระโดง รวมถึงมีบทบาทเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทที่ดำเนินกิจการในพื้นที่ดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเห็นว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาชัดเจนแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องควรคืนพื้นที่ให้รัฐ ไม่ใช่ยังคงดำเนินกิจการต่อไป

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนต่อไป

ในส่วนของการร้องเรียนด้านจริยธรรม มีพรรคประชาชนไม่ยอมร่วมลงชื่อสนับสนุนคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการขยายอำนาจหรือบทบาทขององค์กรอิสระเพิ่มเติม แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เห็นว่า กรณีนี้มีประเด็นสำคัญอยู่ 2 เรื่องควบคู่กัน คือ เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม เนื่องจากพฤติกรรมที่กล่าวหาว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิดและไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตโดยตรง และยังเข้าข่ายผิดจริยธรรมด้วย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า กรณีนี้แตกต่างจากบางคดีที่ผ่านมา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) เท่านั้น โดยไม่มีประเด็นเรื่องการทุจริตหรือความซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สำหรับกรณีของนายอนุทิน และ นายไชยชนก นั้น เห็นว่าเข้าข่ายทั้งมาตรา 160 (4) เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมาตรา 160 (5) เรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งคำถามกลับไปยังพรรคการเมืองฝ่ายค้านและบุคคลที่ปฏิเสธร่วมลงชื่อว่า หากมองว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการคอร์รัปชันจริง เหตุใดจึงไม่กล้าร่วมลงชื่อดำเนินการ ทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์สาธารณะและทรัพย์สินของรัฐ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของตนเอง เพราะที่ผ่านมายังไม่มีพรรคฝ่ายค้านพรรคใดร่วมลงชื่อสนับสนุนคำร้อง รวมถึงภาคประชาชนเองก็ไม่กล้าร่วมลงชื่อเช่นกัน แม้แต่บุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ ตนก็ได้นำเอกสารและพยานหลักฐานไปอธิบายให้ดูภายในรัฐสภา ทั้งต่อ นายชวน หลีกภัย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีการร่วมลงชื่อสนับสนุน ขณะที่บางพรรคการเมืองซึ่งเคยรับเอกสารไปพิจารณา กลับแจ้งภายหลังว่าไม่สามารถร่วมลงชื่อได้ เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว ทำให้ตนมองว่าเป็นการนำเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า การดำเนินการเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะตนไม่มีที่ดินหรือผลประโยชน์ใดๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่ทำไปเพื่อปกป้องทรัพย์สินของรัฐและผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งหากสามารถจัดระเบียบพื้นที่บุกรุกและนำกลับมาบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง รัฐจะมีรายได้จำนวนมหาศาลจากค่าเช่าที่ดิน โดยเฉพาะในพื้นที่บุรีรัมย์ที่มีการระบุว่ามีผู้บุกรุกถึง 995 แปลง และหากดำเนินการในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้การรถไฟฯ จำนวนมาก ลดภาระการใช้งบประมาณจากภาครัฐ และนำเงินไปพัฒนาระบบคมนาคมหรือโครงการสาธารณะอื่นได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อไม่สามารถใช้ช่องทางเข้าชื่อผ่านรัฐสภาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ก็จำเป็นต้องใช้กระบวนการตามกฎหมายผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แทน แม้จะยอมรับว่าความหวังอาจลดลง เพราะมองว่าองค์ประกอบของ กกต. มีความเชื่อมโยงกับวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งกำลังเผชิญข้อร้องเรียนเรื่องความสุจริตเช่นเดียวกัน แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป โดยในวันถัดไปจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป

แม้จะมองว่ากระบวนการผ่าน กกต. อาจมีอุปสรรค แต่ยังเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ เพราะมีความชัดเจนและมีคำพิพากษาของศาลประกอบถึง 4 คดี จึงเห็นว่าหาก กกต. ไม่ดำเนินการหรือดึงเรื่องไว้เป็นเวลานาน ก็อาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการช่วยให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ ได้มีการสรุปไว้อย่างครบถ้วน พร้อมส่งต่อให้ศาลพิจารณาได้ทันที

โดยหลังจากยื่นเรื่องต่อองค์กรอิสระแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยจะเริ่มทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เขากระโดง โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวและเครือญาติที่เกี่ยวข้องกับการถือครองหรือประกอบธุรกิจบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวว่า จะลงพื้นที่เพื่อสอบถามและชี้แจงกับผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากมองว่าทุกฝ่ายทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ที่ใช้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ นั้นอยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้เอกชนได้ มีเพียงการอนุญาตให้เช่าใช้ประโยชน์เท่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมจึงยังคงยื้อหรือไม่ยอมคืนพื้นที่ ทั้งที่ที่ดินของรัฐไม่สามารถตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนได้ในที่สุด

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า หากผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าตัวเองกระทำผิด ก็ควรแสดงความรับผิดชอบและยอมรับผลตามกฎหมาย พร้อมระบุว่า ในอดีตก็มีนักการเมืองที่ยอมรับโทษและถูกยกย่องจากผู้สนับสนุนของตนเอง จึงอยากให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะมองว่าประเด็นเรื่องที่ดินของรัฐเป็นเรื่องที่ชัดเจนและไม่ควรต้องมีใครออกมาชี้แนะเพิ่มเติมว่าควรดำเนินการอย่างไร

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้หากกำหนดวันเดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ชัดเจนแล้ว จะประสานแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบอีกครั้ง เพื่อให้ติดตามความเคลื่อนไหวและการดำเนินงานของตนต่อไป และแม้พรรคเสรีรวมไทยจะมี สส. เพียงคนเดียว แต่ยังคงเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการในเรื่องที่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะอย่างเต็มที่