นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้แจ้งข้อกังวลต่อกรมการค้าภายใน ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ราคาสุกร ซึ่งมีนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ว่า สถานการณ์ราคาสุกรหน้าฟาร์มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่กังวลเรื่องราคาปรับขึ้น แต่ปัจจุบันกลับปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงยังเพิ่มขึ้น
โดยครั้งแรกที่ประชุมกัน ราคาสุกรอยู่ประมาณ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้บางพื้นที่เหลือเพียง 54-58 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดือนเมษายนอยู่ประมาณ 10.25 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 12.20-12.90 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว” นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิกล่าว
นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ กล่าวว่า ราคาข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนอาหารสัตว์โดยตรง เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักราว 40-50% ของสูตรอาหาร ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มกลับลดลง ส่งผลให้ผู้เลี้ยงสุกรขาดทุนเฉลี่ยตัวละประมาณ 1,500-1,800 บาท
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนเมษายน ปริมาณการบริโภคจะชะลอลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 61,600 ตัวต่อวัน แต่ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม กลับมาฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณ 65,000-66,000 ตัวต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสแรกของปีที่มีปริมาณเชือดเฉลี่ย 66,000-67,000 ตัวต่อวัน สะท้อนว่าความต้องการบริโภคไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่สมาคมฯ มองว่า ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาสุกรหน้าฟาร์มในขณะนี้คือ การแข่งขันด้านราคาของกลุ่มร้านจำหน่ายเนื้อสุกร หรือ Shop หมู ซึ่งขยายตัวรวดเร็วจนกลายเป็นช่องทางค้าปลีกสำคัญของตลาดในปัจจุบัน
แม้ Shop หมูจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย แต่ผลที่ตามมาคือ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น จนส่งผลต่อการต่อรองราคาสุกรหน้าฟาร์ม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่พึ่งพาราคาขายหน้าฟาร์มเป็นหลัก
ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้เลี้ยงสุกรยังพยายามผลักดันราคาหน้าฟาร์มให้กลับขึ้นมาใกล้ระดับต้นทุนที่ประมาณ 70-72 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถทำได้ แม้ปริมาณการบริโภคจะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
นายสิทธิพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการตัดวงจรการผลิตลูกสุกรเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว โดยกลุ่มฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการต่างดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผลผลิตในช่วงไตรมาส 2 และรักษาสมดุลตลาด แต่ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังไม่ฟื้นตัวตามที่ควรจะเป็น เมื่อความต้องการบริโภคไม่ได้ลดลง แต่ราคาหน้าฟาร์มยังต่ำกว่า 70 บาท จึงเกิดข้อกังวลว่าตลาดอาจมีซัพพลายภายนอกที่ไม่ทราบที่มาเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งยังต้องติดตามตรวจสอบต่อไป
นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มสัปดาห์ที่ 21/2569 ภาคตะวันออกอยู่ที่กิโลกรัมละ 56-60 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 64-66 บาท ภาคเหนือ 62-64 บาท และภาคใต้ 62 บาทซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต
ทั้งนี้ สมาคมฯ เตรียมทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร หลังยังมีข้อกังวลว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนสุกรอาจยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศ


