นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งมีกำหนดประชุมวันที่ 11 มิถุนายนนี้ โดยเสนอให้รัฐบาลจัดทำคูปองสนับสนุนค่าปุ๋ยกระสอบละ 200 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 กระสอบ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของชาวนา และเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้สูตรปุ๋ยได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูก
นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและราคาข้าวที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุน
นายปราโมทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรกำลังเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปุ๋ยบางสูตรปรับขึ้นจากกระสอบละ 700–800 บาท เป็นกว่า 1,000 บาท ขณะที่สารเคมีบางชนิดปรับขึ้นจาก 200–300 บาท เป็น 400–500 บาท ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเริ่มขาดสภาพคล่อง และบางส่วนไม่มีเงินลงทุนสำหรับฤดูเพาะปลูกใหม่
ขณะเดียวกัน ราคาข้าวในช่วงเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ โดยชาวนาหลายพื้นที่ขายข้าวได้เพียงตันละ 4,000–5,000 บาท แม้ขณะนี้ราคาข้าวจะเริ่มปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณตันละ 9,000–10,000 บาท แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ได้ออกจากมือชาวนาไปแล้ว เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องรีบขายเพื่อนำเงินไปชำระหนี้และต้นทุนการผลิต
นายปราโมทย์ กล่าวว่า ชาวนาลงทุนสูง แต่ขายได้ราคาต่ำ วันนี้ข้าวขึ้นราคา แต่ข้าวไม่ได้อยู่ในมือชาวนาแล้ว
ที่ผ่านมา ภาครัฐมีมาตรการเชิงรุกดูแลผลไม้หลายด้าน ทั้งตลาดและการส่งออก แต่ปัญหาข้าวและต้นทุนการผลิตของชาวนายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งที่ขณะนี้เข้าสู่ฤดูเพาะปลูกใหม่แล้ว
นายปราโมทย์ เปิดเผยด้วยว่า สมาคมฯ ได้ประสานทวงถามไปยังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาในหลายด้าน
สำหรับข้อเรียกร้องต่อกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เร่งดูแลราคาข้าวและควบคุมราคาปุ๋ย–สารเคมีเกษตร ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่งติดตามการจ่ายเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2568/69 ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ยังมีเกษตรกรบางส่วนไม่ได้รับเงิน รวมถึงเร่งพัฒนาแหล่งน้ำและเมล็ดพันธุ์ข้าว ขณะที่กระทรวงพลังงาน ขอให้ช่วยดูแลราคาน้ำมันดีเซลภาคเกษตร และสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์พร้อมอุปกรณ์สูบน้ำ เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานของเกษตรกรในระยะยาว
ทั้งนี้ หากภาครัฐยังแก้ปัญหาล่าช้า อาจส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนลดพื้นที่เพาะปลูก ลดการใช้ปัจจัยการผลิต หรือเลิกทำนา ซึ่งจะกระทบทั้งต่อปริมาณผลผลิตข้าว การส่งออก และความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว
นายปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของประเทศ เรากินข้าวทุกวัน หากชาวนาอยู่ไม่ได้ สุดท้ายระบบอาหารทั้งประเทศก็ได้รับผลกระทบ


