ในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 นัดฟังคำพิพากษากรณีวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ให้ดำเนินการกับ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 นายวรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 กับความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต
พร้อมทั้งจำเลยรายอื่น รวมทั้งสิ้น 12 คน ประกอบด้วย 1. นายนิวัติไชย เกษมมงคล 2. นายวรวิทย์ สุขบุญ 3. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ 4. นายปรีชา เลิศกมลมาศ 5. พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง 6. นายณรงค์ รัฐอมฤต 7. นางสาวสุภา ปิยะจิตติ 8. นายวิทยา อาคมพิทักษ์ 9. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ 10. พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ 11. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ 12. นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
เนื่องจากทั้ง 12 คน มีส่วนในการปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยศาลอาญาฯ รับคดีนี้ไว้พิจารณา (เลขคดีดำ อท.95/2567) นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
คดีดังกล่าวนายวีระ ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายราย เนื่องจากทราบข้อเท็จจริงหลังยื่นฟ้อง เช่น นายสุชาติ และนางสุวณา ได้ลงมติเสียข้างน้อย โดยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้เปิดเผยข้อมูลสอบคดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร ให้แก่นายวีระ อย่างเป็นทางการ แต่มีเงื่อนไขให้ปิดทับชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย 2 เสียง คือนายสุชาติ และนางสุวณา มีความเห็นให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด และในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในศาลนั้น ทนายความของนายสุชาติ และนางสุวณา ได้แสดงมติดังกล่าว แต่นายวีระ ไม่ถอนฟ้องนายสุชาติ กับนางสุวณา จนศาลมีคำสั่งยกฟ้องนายสุชาติ กับนางสุวณา นอกจากนี้ นายวีระ ยื่นถอนฟ้องจำเลยอื่นๆ เช่น นายณัฐจักร นายปรีชา เป็นต้น ส่วนนางสาวสุภา กับ พล.ต.อ.วัชรพล ศาลไม่ให้นายวีระ ถอนฟ้อง
รายงานข่าวระบุว่า การฟ้องคดีดังกล่าวของนายวีระ อาจเข้าข่ายมีเจตนาใช้สิทธิผิดเจตนารมณ์ทางกฎหมาย เนื่องจากช่วงเวลาที่ยื่นฟ้องใกล้เคียงกับการเลือกประธาน ป.ป.ช. คนใหม่ เพราะในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นมีความชัดเจนว่านายสุชาติ และนางสุวณา ไม่ได้กระทำความผิดตามที่นายวีระ ได้ยื่นฟ้อง โดยทนายความของนายสุชาติ และนางสุวณา แสดงบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 ธันวาคม 2566 ไปคัดค้านการฟ้องของนายวีระ ต่อศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่นายวีระ ยืนยันไม่ถอนฟ้องนายสุชาติ และนางสุวณา จนศาลต้องมีคำสั่งยกฟ้อง
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการที่นายวีระทยอยถอนฟ้องจำเลยอื่นๆ นั้นมีข้อสังเกตว่าเมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วแสดงว่าคดีมีมูลพอจะพิพากษาได้ แต่เหตุใดนายวีระ จึงถอนฟ้องจำเลย โดยคาดการณ์ว่านายวีระ มีเจตนาฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งฟ้องจำเลยทั้งหมดหรือไม่ หรือกลั่นแกล้งกรรมการ ป.ป.ช. เพียงบางรายเป็นหลัก แต่เมื่อศาลกลับพิพากษายกฟ้องนายสุชาติ และนางสุวณา ทำให้นายวีระ ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคน แต่ศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะนายวีระ ฟ้องจำเลย 12 คน แต่ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคนเเบบต่อเนื่องจนผิดสังเกต จนเหลือจำเลยบางคนในคดีนี้ เช่น นางสาวสุภา กับพวก
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า หากศาลมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวถึงที่สุด จำเลยบางคนเตรียมที่จะฟ้องร้องนายวีระ กับพวกทันที เนื่องจากมองว่านายวีระ มีเจตนากลั่นแกล้ง ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อป้องปกตัวเองเช่นกัน


