นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขการผลิตและส่งออกรถยนต์ในรอบ 4 เดือนแรกของปี 2569 พบว่าประเทศไทยผลิตรถยนต์รวมทุกประเภทได้ทั้งสิ้น 473,545 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ขณะที่ยอดผลิตเฉพาะรถยนต์นั่งในเดือนเมษายนลดลงร้อยละ 8.43 อยู่ที่ 36,650 คัน
ด้านดัชนีการส่งออกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) กลับแสดงการเติบโตอย่างร้อนแรงสวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยยอดส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้าในเดือนเมษายนพุ่งสูงถึง 1,924 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 191.52 เช่นเดียวกับยอดส่งออกรถกระบะไฟฟ้าที่เติบโตร้อยละ 100
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตัวเลขที่ขยายตัวอย่างชัดเจนนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย เริ่มเป็นที่ต้องการและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. ยอมรับว่า ผู้ประกอบการยังคงต้องเฝ้าระวังและจับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากปัจจัยลบดังกล่าวเริ่มส่งผลให้คำสั่งซื้อรถยนต์เพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ล่าสุด มีรายงานการประเมินจาก ส.อ.ท. ว่า หากสถานการณ์สงครามครั้งนี้ยังคงยืดเยื้อรุนแรงต่อไปเป็นเวลานานมากกว่า 3 เดือน จะส่งผลกระทบต่อเนื่องทางลบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้าทางเรือ จนอาจเป็นตัวการสำคัญที่ฉุดให้ยอดรวมการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกภาพรวมของประเทศไทยในปีนี้หลุดจากเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งไว้


