24 พ.ค.69 เวลา 14.00 น. (เวลาฝรั่งเศส) ณ อาคาร Le Cercle de L’Union Interralliee กรุงปารีส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรปเป็นครั้งแรก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังเสียงสะท้อนในการขับเคลื่อนนโยบายซึ่งใช้เวลาสนทนากันมากกว่าสามชั่วโมง โดยประเด็นสำคัญที่ได้มีการหารือ ดังนี้
1. เร่งเครื่อง FTA ไทย-สหภาพยุโรป
เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลที่ภาคธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยลดอุปสรรคด้านภาษีและการค้า เปิดโอกาสให้สินค้าและวัตถุดิบคุณภาพจากไทยเข้าสู่ตลาดยุโรปได้มากขึ้น ทั้งนี้ นายกฯ มั่นใจถึงการปรับการทำงานที่ให้ทุกหน่วยบูรณาการในรูปแบบ “คลัสเตอร์” เพื่อผลักดันการเดินหน้าปิดการเจรจา FTA โอกาสนี้ ออท.หลายประเทศได้สะท้อนว่า ไทยกลับมาเป็นที่สนใจ “อยู่ในเรดาร์ของนานาชาติ” เพราะไทยไม่ใช่เพียงประเทศผู้ผลิตสินค้า แต่เป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ” ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain)
2. การทูตเชิงรุกที่ครอบคลุมความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมนุษยธรรม นายกฯ เน้นย้ำแนวทางการทูต 2.0 หรือ การทูตที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นการทูตเชิงรุกที่รักษาสมดุลท่ามกลางความขัดแย้งของโลก โดยให้ความสำคัญกับ 4 เสา คือ การทูตเพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมนุษยธรรม นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ประชาชนจับต้องได้
3. ยกระดับมาตรฐานสู่ OECD เพื่อสนับสนุนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งนายกฯต้องการเร่งให้สำเร็จภายใน 3 ปี จากเดิมที่เคยตั้งไว้ 5 ปี
4. ชูจุดแข็งไทยด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงานแห่งอนาคต นายกฯ กล่าวถึงการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำในกลุ่มอาเซียน พบว่าทุกประเทศต่างปักหมุดให้ "ความมั่นคงทางอาหาร" เป็นวาระแห่งภูมิภาค ซึ่งประเด็นนี้ประเทศไทยมีศักยภาพสูง
5. เป็นเจ้าภาพงานสำคัญระดับโลกของไทย
นายกฯ ระบุว่า ในช่วงต่อจากนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมและเวทีระดับโลกหลายรายการ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยอยู่ใน “สปอตไลท์โลก” มากขึ้น ได้แก่ 1. งาน Gastech 2026 เดือนกันยายน 2. การประชุมประจำปี World Bank–IMF Annual Meetings 2026 ช่วงเดือนตุลาคม และ 3. งานประชุมสุดยอดสุขภาพโลก เดือนพฤศจิกายน ให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ช่วยประชาสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสดังกล่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย
นายกฯ กล่าวย้ำว่า ไทยมีความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันเป็น “ทีมไทยแลนด์” ความคล่องตัวในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่แถวหน้าของเวทีโลกต้องสำเร็จอย่างแน่นอน


