นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ระบุสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 โดยระบุว่า สถานการณ์ในประเทศไทยปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย
ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30-35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20-29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง ส่วนสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในไทยนั้น ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568-23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97 เปอร์เซ็นต์), XEC (9.14 เปอร์เซ็นต์)
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ในปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือน เม.ย.–มิ.ย. และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30-35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20-29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง ส่วนสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในไทยนั้น ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568-23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97 เปอร์เซ็นต์), XEC (9.14 เปอร์เซ็นต์)
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ในปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือน เม.ย.–มิ.ย. และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น


