วันนี้ (23 พ.ค.) พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส.สภ.นาจอมเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าปฏิบัติการตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 260/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จับกุม นายบุญญฤทธิ์ ทองใบ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาคดี ฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ได้ภายในตำหนักหมอดู บ้านหมอดูตำราเขมรโบราณ เลขที่ 19/14 หมู่ 7 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากมีหญิงสาวผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนัก จากปัญหาความรักและการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวออกจากบ้านและติดต่อไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียด จนหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังให้ชีวิตและความรักกลับมาดีดังเดิม เมื่อมีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ที่อ้างมีวิชาแก่กล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ โดยผู้ต้องหาใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าผู้เสียหายกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธี ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต หลังจากนั้น ผู้ต้องหาเริ่มจัดพิธีกรรมต่าง ๆ ทั้งเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา รวมถึงอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ และครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 จนถึงปลายเดือนมีนาคม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลว่า ระหว่างทำพิธี ผู้ต้องหาอ้างจำเป็นต้องทำ พิธีล้างอาถรรพณ์ทางกาย เพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่างกาย โดยอาศัยจังหวะดังกล่าว ลวนลามและก่อเหตุข่มขืน พร้อมอ้างเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ทำให้ผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว สับสนจนไม่กล้าขัดขืน
การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากมีหญิงสาวผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนัก จากปัญหาความรักและการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวออกจากบ้านและติดต่อไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียด จนหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังให้ชีวิตและความรักกลับมาดีดังเดิม เมื่อมีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ที่อ้างมีวิชาแก่กล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ โดยผู้ต้องหาใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าผู้เสียหายกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธี ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต หลังจากนั้น ผู้ต้องหาเริ่มจัดพิธีกรรมต่าง ๆ ทั้งเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา รวมถึงอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ และครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 จนถึงปลายเดือนมีนาคม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลว่า ระหว่างทำพิธี ผู้ต้องหาอ้างจำเป็นต้องทำ พิธีล้างอาถรรพณ์ทางกาย เพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่างกาย โดยอาศัยจังหวะดังกล่าว ลวนลามและก่อเหตุข่มขืน พร้อมอ้างเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ทำให้ผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว สับสนจนไม่กล้าขัดขืน


