วันนี้ ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 นัดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) มาฟังคำสั่งในคดีที่ถูก พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท แจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมาพร้อมกับนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว
คดีนี้ พ.ต.ท.คริษฐ์ กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ใช้มือขวาตบเข้าที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรงติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เริ่มมีอาการปวดหูและปวดศีรษะอย่างรุนแรง จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ แพทย์วินิจฉัยพบว่าแก้วหูซ้ายทะลุฉีกขาดเป็นรูขนาดกลาง อันเป็นผลจากการถูกทำร้าย
สำหรับการเข้าพบพนักงานอัยการในวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมาในชุดสูทสีฟ้า ด้วยใบหน้าแจ่มใส เข้าไปลงลายมือชื่อกับพนักงานอัยการและเดินทางกลับ โดยกล่าวเพียงว่า ให้สอบถามผ่านทางทนายความเพียงอย่างเดียว
ด้านนายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการ วันนี้พนักงานอัยการยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น จึงเลื่อนฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ไม่ได้หมายความว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขอเลื่อนหรือประวิงเวลา แต่เป็นการทำตามขั้นตอน เราจะดำเนินการภายในกรอบของกฎหมายตามขั้น ตอนไหนที่มองว่าจะเกิดความเป็นธรรมแก่ลูกความ อำนาจของการพิจารณาอยู่ที่พนักงานอัยการ การร้องขอความเป็นธรรมเป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวน
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นการถูกกล่าวอ้างว่าเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2560 ระยะเวลาผ่านมานานถึง 9 ปี ที่ผ่านมาก็ยังมีการทำงานร่วมกันอยู่ จึงเป็นข้อสังเกตและยื่นขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ว่าเรื่องผลการพิสูจน์จะเป็นอย่างไร ส่วนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ฐานแจ้งความเท็จ ศาลได้รอให้คดีทำร้ายร่ายกายที่ถูกกล่าวหานี้พิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อน และจะพิจารณาคดีในเรื่องการแจ้งความเท็จต่อไป


