แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ หลังมีรายงานการระบาดของเชื้อฮันตาไวรัส สายพันธุ์แอนดิส (Andes virus) บนเรือสำราญในต่างประเทศ จนเกิดความกังวลว่าจะมีโอกาสแพร่เข้าสู่ประเทศไทยหรือไม่
ล่าสุด ประเทศไทยได้ประกาศให้โรคติดเชื้อฮันตาไวรัสเป็น "โรคติดต่ออันตราย" ลำดับที่ 14 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง สอบสวน และควบคุมโรคให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แม้ปัจจุบันยังไม่พบเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดิสในประเทศไทยก็ตาม
แพทย์หญิงจุไร กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื้อฮันตาไวรัสที่กำลังเป็นข่าว เป็นสายพันธุ์แอนดิส ซึ่งพบมากในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะบางประเทศในแถบอเมริกาใต้ และมีความรุนแรงสูง สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการทางปอดจากฮันตาไวรัส หรือ HPS ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 40-50%
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าโรคดังกล่าวยังมีโอกาสแพร่กระจายข้ามประเทศค่อนข้างยาก และกรณีการระบาดบนเรือสำราญที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ไม่มีคนไทยอยู่บนเรือลำดังกล่าว จึงยังไม่มีสัญญาณว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง แม้ประเทศไทยจะไม่พบเชื้อสายพันธุ์รุนแรงดังกล่าว แต่ในประเทศมีฮันตาไวรัสอีกกลุ่มหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า โดยมักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตอักเสบ จึงได้มีการเฝ้าระวังทั้งผู้ป่วยภายในประเทศและผู้เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้กำหนดเกณฑ์เฝ้าระวังผู้ป่วยต้องสงสัย คือ ผู้ที่มีไข้ร่วมกับอาการผิดปกติ เช่น อาการทางระบบทางเดินหายใจ ภาวะไตผิดปกติ หรืออาการคล้ายไข้เลือดออก และมีประวัติเสี่ยงภายใน 8 สัปดาห์ก่อนเริ่มป่วย เช่น สัมผัสหนูหรือสัตว์ฟันแทะ สัมผัสสิ่งขับถ่ายของหนู เข้าไปในพื้นที่ปิดอับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หรือเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยต้องสงสัย
สำหรับจุดสำคัญของโรคนี้คือระยะฟักตัวค่อนข้างนาน อาจนานได้ถึง 8 สัปดาห์ ดังนั้นหากประชาชนมีไข้หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ ควรแจ้งประวัติกับแพทย์ทันที
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพตรวจวินิจฉัยโรคได้แล้ว ทั้งการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี RT-PCR และการตรวจภูมิคุ้มกัน โดยหากสถานพยาบาลพบผู้ป่วยต้องสงสัย แม้ยังไม่ยืนยันผลตรวจ ก็ต้องรายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่กรมควบคุมโรค เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและควบคุมโรคทันที
แพทย์หญิงจุไร ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อให้สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยในประเทศไทย


