พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีรถไฟชนรถเมล์ บริเวณใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก - ดินแดง และเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งกล้องวงจรปิด พยานบุคคล พยานหลักฐานอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเกิดจากความประมาทของผู้ใดบ้าง ส่วนการกระทำความผิด ของพนักงานประจำป้อม คนขับรถไฟ ได้รวบรวมหลักฐาน ว่า มีการดำเนินการตามปกติครบถ้วนหรือไม่ เพราะในที่เกิดเหตุทุกวันจะมีการจอดรถขวางรางรถไฟบ้าง แต่ก็สามารถคลี่คลายปัญหาได้ โดยขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา คนขับรถไฟในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนคนขับรถเมล์ ขณะนี้ยังมีอาการบาดเจ็บ หากหายดีจะสอบปากคำต่อไป รวมถึงพนักงานประจำจุดเครื่องกั้นที่พาไปตรวจร่างกาย ก่อนที่จะนำตัวมาสอบปากคำ
ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจะเห็นชัดเจนว่ารถไฟไม่มีการชะลอ ซึ่งหากเทียบกับวันอื่นๆ เมื่อมีรถจอดขวาง รถไฟจะชะลอ หรือหยุดรถ เพื่อเคลียร์การจราจรก่อน
สำหรับยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุด มีจำนวน 30 คน แบ่งเป็นชาย 21 คน เป็นหญิง 9 คน กลับบ้านแล้ว 14 คน คงเหลือรักษาตัวที่โรงพยาบาล 16 คน ส่วนรถที่ได้รับความเสียหายมี 9 คัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ 4 คัน และรถยนต์ 5 คัน
ขณะที่ สน.มักกะสัน ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมตัว พนักงานการเดินรถ 2 ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ ซึ่งเป็นคนดูไม้กั้นรถไฟเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อหา กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถไฟ พร้อมพนักงานฯ ซึ่งดูไม้กั้นไปตรวจร่างกายและหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลตำรวจ ผลการตรวจออกมาว่า คนขับรถไฟ ผลตรวจออกมาเป็นบวก หรือ มีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนพนักงานฯ ดูไม้กั้นไม่พบสารเสพติดในร่างกาย
ด้าน พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เปิดเผยว่า การสอบสวนเบื้องต้นพนักงานฯ ซึ่งดูไม้กั้นยังให้การปฏิเสธ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลในพรุ่งนี้ (18 พ.ค.69) และในเวลา 10.00 น. จะมีการประชุมตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่สน.มักกะสัน


