xs
xsm
sm
md
lg

“สิริพงศ์” แถลงเหตุรถไฟชนรถเมล์ ใครผิดว่าไปตามผิด กำชับ สธ.ดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมื่อเวลา 19.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สรุปภาพรวมอุบัติเหตุระหว่างรถขนส่งสินค้า หมายเลข 2126 แหลมฉบัง ปลายทางบางซื่อ ประสบอุบัติเหตุชนกับรถประจำทางของ ขสมก. สาย 206 ที่บริเวณใกล้เคียงแยกอโศก-เพชรบุรี ทำให้มีผู้สูญเสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บอีก 32 ราย แบ่งเป็นเคสสีเขียว 15 สีเหลือง 15 สีแดง 2 โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด จากนี้ไปกองพิสูจน์หลักฐานจะใช้เวลาอยู่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อใช้ในการเก็บพยานหลักฐานต่างๆ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และจะสามารถอนุญาตให้เคลื่อนย้ายรถบัสได้ โดยทาง รฟม. จะเตรียมรถเครนไว้แล้ว และทาง รฟท. ก็เตรียมหัวรถจักร ไว้เรียบร้อยแล้ว คิดว่าไม่น่าเกิน 2 ชั่วโมงต่อจากนี้น่าจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรให้กับประชาชนได้

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การสืบหาข้อเท็จจริงด้านต่างๆ คือส่วนกรณีที่ไม้กั้นรถไฟไม่ลงมา ก็จะต้องดำเนินการในส่วนของ รฟท. ในส่วนของ ขสมก. ก็ไปดำเนินการในส่วนของ ขสมก. ว่าการขับรถในลักษณะแบบนี้กับวิธีปฏิบัติของ ขสมก. หรือไม่

ในด้านของรูปคดีที่เกี่ยวข้องกับการจราจรก็จะให้พนักงานสอบสวนให้เป็นเรื่องของตำรวจ ใครประมาท ไม่ประมาท ให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจได้ถึงความกังวลของประชาชน แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะเรื่องของรถขนส่งสาธารณะ กระทรวงคมนาคมก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทางการเน้นย้ำนโยบายด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะแต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแน่นอนว่า มีความผิดพลาด ก็ต้องหาคนที่ผิดให้ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำหลังจากนี้คือการบังคับใช้กฎหมายที่มีความเข้มข้นมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนมากที่สุด ส่วนเรื่องจุดที่มีความเสี่ยงก็ให้การบ้านกับผู้ว่าการรถไฟฯ ไปดำเนินการและมาชี้แจงภายในวันพุธนี้

ส่วนตัวขอยืนยันว่า จะไม่มีการโยนว่าใครผิดใครถูก ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ในส่วนรถไฟก็ไปดูว่าใครผิดอย่างไร ดำเนินการอย่างไร รถเมล์ก็เข้าไปดูว่าใครผิดตรงไหน ดำเนินการอย่างไร คดีก็เป็นเรื่องของคดี กระทรวงไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดใครถูก ซึ่งต้องดูทั้งองค์ประกอบพยานหลักฐาน ใครผิดก็ดำเนินการตามนั้น