xs
xsm
sm
md
lg

กกต.กทม.แจง หาก "ชัชชาติ" ลาออก ต้องเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ภายใน 60 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อลาออกจากตำแหน่ง ว่า ตามระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการลาออกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วจะมีผลนับถัดจากวันที่ลาออก และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ในระหว่างนี้ปลัดกรุงเทพมหานคร จะรักษาการผู้ว่าฯ ไปด้วย

ซึ่งในห้วงระยะเวลาอยู่ใกล้เคียงในช่วงครบวาระ 20 พฤษภาคม เพราะฉะนั้นเมื่อเสนอมาให้ความเห็นชอบผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครก็ให้ความเห็นชอบในการเลือกตั้งคราวเดียวกัน ในส่วนของงบประมาณการจัดการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ได้ตั้งงบประมาณไว้จำนวน 294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งที่ผ่านมา ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ 280 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวจะใช้ในการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง อุปกรณ์ บุคลากร และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งน่าจะรับสมัครวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมกัน และเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569 เพื่อประหยัดงบประมาณ

การเลือกตั้งครั้งนี้ยืนยันว่ามีผู้ตรวจการเลือกตั้งแน่นอน และในส่วนของโครงสร้างการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จะมีตนในฐานะผู้กำกับการเลือกตั้ง และจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครอีก 5 คน โดยมีปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร รวมถึงมีองคาพยพอนุกรรมการในแต่ละเขต 50 เขตเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครตอนนี้อยู่ระหว่างการประชุม เนื่องจากมีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวาน จึงอยู่ระหว่างการคัดเลือกสรรหาใครเป็นประธานและจะมีการส่งให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครออกคำสั่งแต่งตั้งต่อไป โดยจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ที่ 4,507,523 คน ซึ่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้งสส. ที่ผ่านมา จำนวนหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ 6,629 หน่วย (เพิ่มจากหน่วย สส. 99 หน่วย) สำหรับสถานที่รายงานผลคะแนนคือห้องรัตนโกสินทร์ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ส่วนการรับสมัครก็คือวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 สถานที่คืออาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และจะมีการซักซ้อมการรับสมัครในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 การจับฉลากรอบนี้จะจับฉลากพร้อมกันทั้ง 51 จุด การจัดส่งบัตรจะมีการส่งวันที่ 18 มิถุนายน โดยไปรษณีย์ไทยและมีรถตำรวจนำ

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ ยืนยันว่า รูปแบบบัตรเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มี QR Code แน่นอน เพราะระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นใช้การประทับตราแบบตีตรายาง ตามระเบียบ ซึ่งเป็นคนละฉบับตรงนี้ชัดเจน

ส่วนกรณีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หรือ First Vote โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และผู้ที่มีการย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขตแต่ยังอยู่ไม่ถึง 1 ปีนั้น ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า กกต.จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อของตนเอง โดยผู้ที่ย้ายข้ามเขตและอยู่ในทะเบียนบ้านไม่ครบ 1 ปี จะยังไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำหนดระยะเวลาไว้เพียง 90 วัน และประชาชนสามารถยื่นคำร้องเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ก่อนวันเลือกตั้งตามขั้นตอนที่กำหนด

ส่วนการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝน ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้พยายามลดการใช้เต็นท์เป็นหน่วยเลือกตั้งให้น้อยที่สุด โดยอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้สะดวกและไม่ต้องเผชิญปัญหาฝนตก อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ยังต้องหารือเพิ่มเติมเรื่องการเปิดสถานที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรองรับการลงคะแนน

สำหรับกรณีการจัดทำโพลเลือกตั้ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ย้ำว่า การสำรวจความคิดเห็นจะต้องเป็นโพลทางวิชาการ มีหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจน ไม่ใช่การจัดทำขึ้นมาโดยไม่มีที่มาหรือไม่มีหลักวิชาการรองรับ และตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง คือวันที่ 28 มิถุนายน หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายจูงใจ หลอกลวง หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของผู้สมัคร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 ซึ่ง กกต.จะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนาเป็นสำคัญ

สำหรับเรื่องผู้ช่วยหาเสียง หากเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน แต่สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียงไว้ แต่ผู้สมัครจะต้องระมัดระวังไม่ให้การช่วยเหลือนั้นเข้าข่ายการซื้อเสียงหรือให้ประโยชน์ตอบแทนในลักษณะต้องห้าม

กรณีของอินฟลูเอนเซอร์หรือยูทูบเบอร์ที่ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยหาเสียง หากมีการว่าจ้างหรือมีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครจะต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และแม้จะไม่มีการจ่ายเงินจริง แต่หากเป็นการช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก็ยังถือเป็น "การรับให้" ที่ต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต. เช่นเดียวกับการใช้รถโฆษณาหาเสียงหรือรถแห่ แม้เจ้าของรถจะช่วยฟรี แต่หากตามปกติมีมูลค่าการให้บริการวันละ 1,500 ถึง 3,000 บาท ก็ต้องนำตัวเลขดังกล่าวมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเช่นกัน

นอกจากนี้ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัญชีต่าง ๆ เช่น Facebook, LINE, Instagram และ TikTok ผู้สมัครจะต้องแจ้งบัญชีที่จะใช้หาเสียงต่อ กกต. ก่อนดำเนินการ รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยหรือการโฆษณาทุกประเภทก็ต้องแจ้งล่วงหน้าตามขั้นตอนเช่นกัน โดยในทางกฎหมายจะมีการแยกชัดเจนระหว่าง ผู้ช่วยหาเสียง และ ผู้สนับสนุน ซึ่งหากมีการช่วยเหลือในลักษณะสนับสนุน ก็อาจต้องนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังเตือนว่า หากมีบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป อินฟลูเอนเซอร์ หรือ ยูทูบเบอร์ ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครอย่างต่อเนื่องผ่านการไลฟ์สดหรือการประชาสัมพันธ์ โดยผู้สมัครรับรู้หรือยินยอม ผู้สมัครจะต้องนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมในบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้สมัครทุกคน ไม่ว่าผู้สมัครจะมีฐานะทางการเงินมากหรือน้อย หากไม่ดำเนินการ อาจถูกมองว่าได้รับประโยชน์โดยไม่แจ้ง และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งได้

พร้อมย้ำว่า แม้ผู้ช่วยหาเสียงจะเป็นสามี ภรรยา หรือบุตรของผู้สมัคร ก็ต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงต่อ กกต.ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถือเป็นผู้ช่วยหาเสียงตามกฎหมายเช่นเดียวกัน พร้อมฝากถึงผู้สมัครทุกคนว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายหรือแนวทางปฏิบัติ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กกต. 1444