xs
xsm
sm
md
lg

สมาคมคราฟต์เบียร์ยื่นหนังสือ ร้องสรรพสามิตคิดภาษีไม่เป็นธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส. พรรคประชาชน รับหนังสือจากสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ และสมาคมสุราท้องถิ่นไทย เรียกร้องให้กรมสรรพสามิตปรับปรุงโครงสร้างภาษีสุรา


นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ในวันนี้ทั้งสองสมาคมมายื่นหนังสือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่จะจัดเก็บโดยกรมสรรพสามิต ที่ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อยได้รับผลกระทบ แม้ว่าที่ผ่านมาแม้จะมีการผลักดัน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าฯ แล้ว แต่การปลดล็อกด้านการผลิตเพียงอย่างเดียวคือการเปิดประตูบานดียวเท่านั้น ยังมีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การโฆษณาที่ทำให้รายย่อยเสียเปรียบ เพราะไม่มีต้นทุนทางการตลาดเท่ากับรายใหญ่ ที่สำคัญสิ่งที่จะทำให้สุราก้าวหน้าเป็นจริงได้ คือเรื่องเกี่ยวกับภาษี ซึ่งเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการออกประกาศ หลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกสินค้า การพิจารณาราคาฐานนิยม และสถานที่ขายสินค้า และจะบังคับใช้ภายในวันพรุ่งนี้ ทางสมาคมฯ จึงได้ติดต่อตนและเข้ายื่นหนังสือในวันนี้

ด้านตัวแทนจากสมาคมคราฟต์เบียร์ กล่าวว่า การเก็บภาษีสุราในประเทศแบ่งเป็น 2 แบบ แบ่งตามปริมาณแอลกอฮอล์ และตามมูลค่าขายปลีก ซึ่งการคิดภาษีตามราคาปลีกที่เป็นปัญหาคือร้อยละ 22 ของราคาปลีก เนื่องจากผู้ผลิตรายย่อย มีทั้งต้นทุนในการผลิต ต้นทุนในการจัดส่ง ไปจนถึงต้นทุนในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายที่มากกว่ารายใหญ่เนื่องจากผลิตได้น้อยกว่า เพราะการที่รัฐบาลมองว่าจะเอาราคาปลีกจากหน้าห้างมาคิดภาษี คนตัวเล็กกับคนตัวใหญ่ต้นทุนในการเข้าห้างไม่เหมือนกัน ตนจึงมองว่า การเอาหลักคิดราคาปลีกปลายทางมาเก็บผู้ผลิตนั้นไม่ถูกต้อง จึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวนและปรับฐานการเก็บภาษีใหม่ให้เป็นการเก็บเป็นขั้นบันไดตามปริมาณการผลิตเหมือนกับสินค้าอื่น เพื่อให้รายย่อยมีโอกาสเติบโต นำเงินภาษีส่วนต่างไปพัฒนาสินค้า พัฒนาการบริการของตน และเมื่อเติบโตขึ้นก็สามารถเสียภาษีเพิ่มขึ้นได้ ก็จะทำให้มีผู้ประกอบการที่มีความแข็งแรงและหลากหลายมากขึ้น

ขณะที่นายณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย กล่าวว่า การที่รัฐคิดภาษีทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และรายเล็กเท่ากันหมด โดยใช้ราคาขายปลีกเป็นเกณฑ์ การที่รายเล็กผลิตได้น้อยกว่า ไม่สามารถทำให้ต้นทุนให้ถูกได้ ทำให้ต้องบวกราคาหน้าร้าน เนื่องจากต้นทุนในการวางจำหน่ายสูงขึ้น และเมื่อเสียภาษีก็จำเป็นต้องเสียตามราคาที่เพิ่มขึ้นด้วย

นายเท่าพิภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การคิดภาษีควรจะเก็บตามเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ตนมองว่าประกาศที่จะบังคับใช้เป็นกฏระเบียบที่ไม่เหมาะสม โดยยกตัวอย่างว่า หากวันหนึ่งร้านเบียร์ทั่วประเทศในสมาคมคราฟต์เบียร์ ขึ้นราคาเบียร์จากผู้ผลิตรายใหญ่ เป็นขวดละ 1,000 บาท แล้วแจ้งสรรพสามิตว่าเป็นราคาขายปลีก ดังนั้นกรมสรรพสามิตต้องเอาราคาเบียร์เหล่านั้นไปคำนวณภาษีด้วยหรือไม่ ตนจึงมองว่าการคิดภาษีจากราคาปลีกสุดท้าย เป็นเรื่องที่ไม่สามารถอ้างอิงได้ เนื่องจากแต่ละร้านขายราคาไม่เท่ากัน

นอกจากนี้ กฎระเบียบที่ไม่ชัดเจนและไม่ตรงไปตรงมา จะส่งผลให้ในแต่ละท้องที่บังคับใช้ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทุจริตจ่ายส่วย จึงขอฝากไปยังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะอดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต และน่าจะเข้าใจดีในปัญหานี้ ให้ใช้อำนาจของรัฐบาล ในการสั่งการกรมสรรพสามิตให้ทบทวนและแก้ไขโครงสร้างภาษีใหม่ โดยให้สมาคมต่างๆ เข้าไปอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างและสะท้อนความเห็นตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) จะมีการประชุมของกรรมาธิการสามัญพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชนเป็นประธาน จะนำเรื่องนี้เข้าเป็นเรื่องแรกๆในการพิจารณาของกรรมาธิการ โดยจะเรียกกรมสรรพสามิตมาชี้แจง เพื่อให้ได้มาเจอและรับฟังเสียงจากผู้ผลิตรายย่อย