พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค ประชุม สส. ประจำสัปดาห์
โดยนายจุลพันธ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า แม้ขณะนี้จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความ แต่อำนาจบังคับของ พ.ร.ก.มีผลสำเร็จแล้ว ในส่วนของสภาฯเข้าใจว่าประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของศาลในการวินิจฉัยต่อไป หากศาลวินิจฉัยอย่างไรก็จะกลับมาที่สภาเพื่อให้ สส. และ สว. พิจารณาอนุมัติ ดังนั้น ถือเป็นความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาล ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งการลงมติต้องมีความสามัคคีกันอยู่แล้ว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของ พ.ร.ก.นั้น มีความพยายามที่จะโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณส่วนหนึ่ง แต่ก็ได้จำนวนน้อย แต่ก็มีกลไกที่จะดูงบประมาณตรงส่วนอื่น ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างตึง และความเดือดร้อนของประชาชนถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้งการทำคนละครึ่ง และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ต้องรีบดำเนินการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องวนกลับมาที่สภาฯ ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนร่วมกันประชุมและอภิปราย ติติง เสนอแนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในส่วนกระบวนการลงมติหากรัฐบาลชี้แจงได้ครบถ้วน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราก็พร้อมเดินไปด้วยกัน ในการอนุมัติ พ.ร.ก. ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่ากระบวนการคงใช้เวลาไม่นาน ศาลรัฐธรรมนูญคงใช้เวลาอันสั้นในการพิจารณา และคาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการที่ร่าง พ.ร.ก. จะกลับมาที่สภาฯ
ด้านนางมนพร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องคัดค้าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจคำร้องว่ามีมูลหรือไม่และจากนั้นก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งจากในอดีตวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรอประมาณ 20 วัน ซึ่งก็จะต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเช่นไร เพื่อให้ประธานสภาฯ นำกลับมาบรรจุเป็นระเบียบวาระ
นางมนพร กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเวลาในการอภิปราย 40 นาที โดยจะมี สส. เข้าชื่ออภิปรายจำนวน 6 คน โดยกรอบในการอภิปราย เราจะต้องเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ดังกล่าว ในการอภิปรายจะต้องชี้แจงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยจำนวนเงิน 2 แสนล้านบาทแรก จะเป็นงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และอีก 2 แสนล้านบาท สมาชิก 6 คน ที่จะทำการอภิปรายก็จะต้องมีการเข้ามาพูดคุยและหาเจอกันอีกครั้งเพื่อกำหนดกรอบในการอธิบาย


