นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า สิ่งที่รัฐบาลพยามทำคือการสอดไส้ตีเช็คเปล่า กู้เงิน 200,000 ล้านบาท ที่จะเอามาใช้เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเอาเงินเยียวยาของประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพราะการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ครั้งนี้มี 2 แผนงานมัดรวมมาเป็นครั้งเดียวและการตีเช็คเปล่า เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาอีกหลายปี แต่เรายังไม่เห็นรายละเอียดภายในโครงการว่า 200,000 ล้านบาท อาจไม่เข้าเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญที่จะสามารถออกเป็น พ.ร.ก.ได้
สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป พรรคประชาชนจะเป็นแกนหลักในการยกร่างคำร้อง โดยมีการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรวบรวมรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการยื่นคำร้องให้ทันภายในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่ต้องยื่นก่อนที่สภาฯ จะมีการอนุมัติในวันที่ 14 พฤษภาคม
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า หากรัฐบาลอ้างว่าประชาชนเดือดร้อนก็ควรแจกเป็นแบบถ้วนหน้า ซึ่งควรจะอยู่ที่ราว 50 ล้านคน แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นการเยียวยาแบบพุ่งเป้า ไปที่กลุ่มเปราะบาง และใช้วิธีลงทะเบียนแบบ "ใครมาก่อนได้ก่อน" ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ ขณะที่ผู้ที่ไม่เดือดร้อนกลับได้รับเงินไปแทน
ขณะที่ในส่วนของเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 200,000 ล้านบาท น.ส. ศิริกัญญา มองว่า ขาดความเร่งด่วนอย่างชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลยอมรับเองว่ายังอยู่ระหว่างรอหน่วยงานราชการเสนอโครงการและต้องผ่านการกลั่นกรองอีกชั้น อีกทั้งการกู้เงินในส่วนนี้จะเกิดขึ้นในปีหน้า
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องของวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้มีแค่เรื่องของเพดานหนี้ แต่ยังมีเรื่องของการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าตรงเป้าตรงวัตถุประสงค์ แต่รัฐมนตรีก็มีคำตอบเดียวตามโพย ก็เลยควักโพยออกมาตอบว่า วินัยการเงินการคลังยังอยู่ดี เพราะเพดานหนี้สาธารณะไม่ได้ทะลุ ซึ่งดิฉันไม่ได้ถามก็อาจจะช่วยปลอบใจรัฐบาลไปได้ ว่า ทุกอย่างยังโอเค วินัยการเงินการคลังไม่ได้ถูกทำลาย แต่วิญญูชนทุกคนย่อมทราบดีว่า วินัยการเงินการคลังในครั้งนี้ถูกทำลายไปแล้ว ในยามวิกฤตก็ไม่ใช่เวลาที่ที่จะมารักษาวิจัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่กลายเป็นฝ่ายรัฐบาลที่ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง และพยายามจะบอกว่าตัวเองรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้รักษา


