นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ธปท. ได้ปรับเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ เป็น 2.1% จากเดิมที่ 1.5% แต่ปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีหน้าเหลือ 1.6% จากเดิมที่ 2.0% และเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปีนี้ที่ 3.1% จากเดิมที่ 2.9% และปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.4% ในปีหน้า จากเดิมคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 1.5% ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ Stagflation ที่เศรษฐกิจโตต่ำ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ และอัตราเงินเฟ้อจะลดต่ำลงในปีหน้า โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายของ ธปท. ที่ 1-3% ในไตรมาส 2 ปีหน้า
สำหรับมาตรการเพิ่มเติมของ ธปท. ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด ให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น การปรับปรุงโครงการ SME credit boost เพื่อเพิ่มการค้ำประกันสินเชื่อให้ SMEs และการออกมาตรการ Secure Plus เพื่อให้ SMEs ใช้ที่ดินเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อสำหรับเสริมสภาพคล่องได้ง่ายขึ้น ขณะที่การปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์เพื่อลดภาระให้กับประชาชนจะมีการประกาศภายในสิ้นเดือนนี้
เนื่องจาก ธปท. คาดว่าแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในปี 2569 จะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนักซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เหตุจากธนาคารพาณิชย์ยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่ออยู่
ส่วนอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด รวมถึงการชำระขั้นต่ำ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ธปท.ว่าจะมีการต่ออายุออกไปหรือไม่ ซึ่งขณะนี้การชำระขั้นต่ำอยู่ที่อัตรา 8% ต่อปี จะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยเฉพาะเมื่อกลุ่ม Non-bank เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาวะที่สินเชื่อธนาคารพาณิชย์เติบโตช้าตามภาวะเศรษฐกิจ
ขณะที่ความคืบหน้าการจัดตั้ง Virtual Bank ทั้ง 3 รายที่ได้รับอนุญาต มีกำหนดต้องจัดตั้งภายใน 1 ปี และสามารถขอขยายเวลาได้อีก 1 ปี ตามประกาศที่กำหนดไว้แต่แรก เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบไอที การบริหารความเสี่ยง และโครงสร้างองค์กร คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถจัดตั้งได้เป็นอย่างน้อย 2 แห่ง
หากรายใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์ภายในเวลาที่กำหนด สามารถยื่นขอขยายเวลาได้ ซึ่ง ธปท. จะพิจารณาตามความเหมาะสมและความซับซ้อนของระบบ โดยเชื่อมั่นว่าทั้ง 3 รายยังมีความตั้งใจดำเนินการต่อ เนื่องจาก Virtual Bank จะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินเชื่อสู่กลุ่มฐานรากและ SME ต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ออกประกาศ 3 กลุ่มทุนที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ได้แก่ (1) กลุ่มเอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (Ascend Money/CP) (2) กลุ่มกรุงไทย (KTB, AIS, OR), และ (3) กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCB X, KakaoBank)


