ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกระทู้ถามสดของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องความจำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกหลายระลอก ทั้งวิกฤตพลังงาน ต้นทุนราคาสินค้า และกลายเป็นภาระของประชาชนต้องซื้อสินค้าที่แพงขึ้น จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เนื่องจากเงินงบประมาณปี 2569 ในส่วนของงบกลางสำรองสำหรับฉุกเฉินเหลือกเพียง 2 หมื่นล้านบาท ไม่พอเยียวยาในสถานการณ์นี้ได้ทั้งหมด เดิมรัฐบาลคาดว่า จะสามารถโอนงบประมาณในโครงการที่ยังไม่ได้ใช้ได้ 80,000 - 90,000 ล้านบาท แต่เมื่อสำนักงบประมาณไปสำรวจแล้ว เหลืองบประมาณเพียง 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ จึงต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน
ส่วนคำถามว่า เหตุใดจึงเทหมดหน้าตักไปกับโครงการไทยช่วยไทย ในส่วนของคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลประเมินร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ที่คาดว่า สถานการณ์สงครามน่าจะจบในช่วงปลายปี รัฐบาลจึงต้องช่วยเหลือประชาชนในช่วง 4 เดือนนี้ เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด
นายภราดร กล่าวว่า แม้จะมีการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการกู้ในปีนี้ 2 แสนล้านบาท และปีหน้า 2 แสนล้านบาท ภายใน 3-4 ปีนี้จะไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะ 70% แน่นอน ส่วนถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนมองและวิสัยทัศน์ของคนที่เข้ามาบริหารประเทศจะมองเรื่องวิกฤตพลังงานในอนาคตแบบไหน เพราะตอนนี้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง รัฐบาลพยายามจะเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพลังงานฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาดภายใต้เวลาที่จำกัด แต่เนื่องจากการจัดทำงบประมาณปี 2570 มีความเร่งรัด จึงไม่สามารถจัดทำโครงการบรรจุในงบประมาประจำปีได้ทัน
ส่วนข้อกล่าวหาเป็นการตีเช็คเปล่านั้น มองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไป ตนอยากถามว่า หากไม่เยียวยาประชาชนในช่วง 4 เดือน แล้วจะเยียวยาเมื่อไร การใช้เงิน 1.7 แสนล้านบาทในช่วง 4 เดือนต่อจากนี้ไป เชื่อว่าจะถึงมือประชาชนทุกยบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน ส่วนการวางแผนการกู้เงินนั้น เป็นการกู้ภายในประเทศที่มีดอกเบี้ยเพียง 1.3% ซึ่งถือว่าถูกมาก การใช้หนี้จะเป็นไปตามปกติ คือ จะตั้งงบ 4% ของงบประมาณปีถัดไป ซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ย้ำว่าการกู้เงินในครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 มีเหตุผลและความจำเป็นเร่งด่วน


