xs
xsm
sm
md
lg

"ศิริกัญญา" ซัด! รบ.กู้เงินสูงเกินจำเป็น ตีเช็คเปล่าให้ ปชช.รับหนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวกับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบวิกฤตจากพลังงานและการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ ร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 พ.ค.) แต่ด้วยความที่เป็นวาระลับ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดใน พ.ร ก.ดังกล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องเยียวยาประชาชน แต่ยังติดใจในวงเงินที่ชี้แจงก่อนหน้าว่า 2 แสนล้านบาทแรก จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทย คือคนละครึ่งพลัส กลุ่มเป้าหมาย 30 ล้านคน ใช้งบประมาณ 120,000 ล้านบาท และเติมเงินเข้าสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 52,800 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 172,800 ล้านบาท กู้มาก็แจกหมดหน้าตักภายใน 4 เดือน ส่วนตัวว่า รัฐบาลมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายใดกันแน่ การแจก 30 ล้านคน เป็นการทำแบบไม่มุ่งเป้า การลงทะเบียนก่อนได้สิทธิ์ก่อน ยิ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าคนที่เดือดร้อนจะได้รับการแก้ไขเยียวยาหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตนรู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินที่จะมาเยียวยา แต่จากกลุ่มที่จะได้รับการเยียวยากลับพบว่าได้รับแบบเกือบถ้วนหน้า แต่ภาวะที่ถังแตกแบบนี้ ยิ่งต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังที่สุด และหาก 4 เดือน สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่จบ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือมีแผนที่ 2 ยัดไส้มาด้วย คือการปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำนวน 200,000 บาท ในสภาวะการคลังที่ถังแตก ยังกู้สุดแรงเกิด และมีการเจตนายัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนมาอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงินเร่งด่วนแบบนี้ด้วย

นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังตั้งคำถามถึงหนี้สาธารณะที่ประชาชนต้องแบกรับในอนาคตด้วย ว่า เนื่องจากโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดยังเป็นแผนลอยๆ ขึ้นมา ไม่มีคำตอบว่า ถ้าไม่ทำวันนี้แล้วจะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างไร ตนมองว่าเหมือนเป็นการตีเช็คเปล่ากับประชาชนที่ต้องเป็นผู้ใช้หนี้ การออก พ.ร.ก. ไม่ควรทำพร่ำเพรื่อเพราะการใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนดเป็นการทำงานแบบที่ผู้แทนราษฎรไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ หรือให้ความเห็น ดังนั้นควรใช้อย่างระมัดระวังที่สุด

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่าเอาการเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน แล้วยัดไส้โครงการที่ไม่เร่งด่วนเพียงเพื่อหวังผลอื่น และหากกู้แล้วมีปัญหาภายหลัง ก็อย่าใช้การเยียวยาประชาชนมาเป็นข้ออ้าง มาเป็นตัวประกันแบบนี้ เพราะท่านเองไม่ยอมแยก พ.ร.ก.เงินกู้ ออกจาก พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน หากจะมีผลอะไรเกิดขึ้นก็ต้องเป็นรัฐบาลที่เป็นผู้รับผิดชอบ