นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กำลังเร่งรัดศึกษาโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจร จังหวัดจันทบุรี เพื่อยกระดับเสถียรภาพราคาผลไม้ไทย โดยโครงการดังกล่าวเคยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีมาแล้วในปี 2548 และ 2561
ทั้งนี้ การพัฒนา "มหานครผลไม้จันทบุรี" จะไม่จำกัดเพียงตลาดกลาง แต่ครอบคลุมการแปรรูปและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะห้องเย็น เพื่อยืดอายุสินค้า ลดแรงกดดันด้านราคา และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนการแปรรูปค่อนข้างน้อย
สำหรับโครงการมหานครผลไม้จันทบุรี ซึ่งเป็นโครงการเดิมที่ได้รับอนุมัติมานาน จำเป็นต้องนำกลับมาศึกษาใหม่ในภาพรวมทั้งระบบ ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตร และมุ่งยกระดับเสถียรภาพราคาและรายได้อย่างยั่งยืน โดยได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อตอบกระทู้ของนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกวุฒิสภา ในประเด็นดังกล่าว
ทั้งนี้ ภาคเกษตรมีสัดส่วนราว 6% ของ GDP แต่มีแรงงานมากกว่า 30% สะท้อนความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง จึงต้องเร่งยกระดับทั้งระบบ โดยการดำเนินงานจะครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
ในส่วนของต้นน้ำ จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาพันธุ์พืช พื้นที่เพาะปลูก และองค์ความรู้เกษตรกร ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ขณะที่กลางน้ำ จะเข้มงวดการกำกับดูแลล้งและสถานประกอบการรับซื้อผลไม้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งด้านคุณภาพ แรงงาน และมาตรฐานการส่งออก โดยจากการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ดำเนินการถูกต้อง และได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ด้านปลายน้ำ จะเร่งขยายตลาดรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2568 ทุเรียนไทยมีมูลค่าส่งออกกว่า 140,000 ล้านบาท ส่งออกประมาณ 70% ของผลผลิต และกว่า 90% เป็นการส่งออกผลสดไปจีน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จึงต้องเร่งกระจายตลาดและบริหารจัดการอุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริมตลาดกลางสินค้าเกษตรแล้ว 59 แห่ง ใน 36 จังหวัด รวมถึงจังหวัดจันทบุรี เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกร ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
ส่วนมาตรการเร่งด่วนในปีนี้ จะเร่งขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน พร้อมเปิดตลาดใหม่เพิ่มเติม พัฒนาโลจิสติกส์และด่านการค้าให้มีประสิทธิภาพ โดยได้ส่งทีมด่านหน้าของกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่แล้ว
นอกจากนี้ จะผลักดันการค้าออนไลน์ควบคู่กับการใช้เครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์จากจีนและในประเทศ ลงพื้นที่สวนและล้ง เพื่อช่วยทำตลาดและจำหน่ายทุเรียนไทย รวมถึงบูรณาการกับกระทรวงแรงงานในการจัดระเบียบแรงงานในล้ง และส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงช่องทางตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป้าหมายสำคัญคือ เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม มีรายได้มั่นคงตลอดทั้งปี และมีเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว


