นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ออก พรก.กู้เงิน เพื่อกู้วิกฤตเศรษฐกิจ หรือกู้วิกฤตการเมืองของรัฐบาล
ผมได้ติดตามการตั้งกระทู้ถามสดของ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสด ถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื้อหาเกี่ยวกับกรณีรัฐบาลมีแนวความคิดจะออก พรก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ซึ่งตอนหนึ่งนายเอกนิติ ได้ตอบคำถามถึงความจำเป็นการออก พรก.กู้เงิน 5แสนล้านบาท ว่าวิกฤตในปัจจุบัน เป็นวิกฤตพลังงานระดับโลกที่รุนแรง รัฐบาลจึงต้องเตรียมกระสุนทางการเงินไว้รองรับ คำว่ารัฐบาลต้องเตรียมกระสุนทางการเงินไว้รองรับ ตีความได้ว่า หากเกิดวิกฤติพลังงานโลก จึงมีความจำเป็นจะต้องใช้เงิน หรือกระสุนการเงิน ที่นายเอกนิติระบุมาช่วยแก้วิกฤต ซึ่งไม่ได้มีหลักประกันว่า วิกฤตจะเกิดขึ้นแน่นอนหรือจะเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า
ซึ่งถ้าดูสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในขณะนี้ เมื่อได้ฟังคำชี้แจงของนายเอกนิติแล้ว เห็นได้ชัดว่า วิกฤตน้ำมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในตอนนี้แล้ว การที่รัฐบาลตั้งคตร.ไปศึกษาเรื่องค่ากลั่นของโรงกลั่นและค่าการตลาด ได้ข้อสรุปจากทำประกาศของนายเอกนัฎ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับการลดค่ากลั่นที่หน้าโรงกลั่นลงลิตรละ 5 บาท และจะลดอีกในต้นเดือนพฤษภาคมอีก 3 บาท รวมแล้วเป็น 8 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่ผมเคยเสนอว่า รัฐบาลควรจะตัดค่าการกลั่นหน้าโรงกลั่น ออกลิตรละ 10 บาท ซึ่งตอนนี้สภาพความเป็นจริง ก็ตัดได้แล้วเหลืออีก 2 บาท
ดังนั้นรัฐบาลสามารถรีดค่าการกลั่นได้อีกเป็น 10 บาท รัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรสามิต 6-7 บาท ยกเลิกค่าการตลาด ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาษีท้องถิ่น จะได้ตัวเลขอยู่ที่ 17-20 บาทต่อลิตร รัฐบาลสามารถจะบริหารให้ราคาน้ำมันอยู่ในราคาที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า จะไม่ทำให้ราคาสินค้าแพง ประชาชนก็จะไม่ต้องเดือดร้อน รัฐบาลก็ไม่ต้องหาเงินมาเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และบางกลุ่มบางอาชีพ ที่เดือดร้อนจากราคาน้ำมันแพง
เพราะฉะนั้นเหตุผลการจะออก พรก.กู้เงิน 5แสนล้านบาทไม่มีความจำเป็นเลย ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 172 แห่งรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่า รัฐบาลควรชะลอการออก พรก.กู้เงิน 5แสนล้านบาทออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์วิกฤตของประเทศไทยทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง แล้วค่อยออก พรก.กู้เงินในตอนนั้น


