นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงคมนาคม มีมติเห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อบูรณาการภารกิจด้านการสอบสวน และป้องกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้ยกระดับสำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุ และอุบัติการณ์ของอากาศยาน ขยายบทบาทหน้าที่ และเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะไม่ได้ดูแลแค่เฉพาะด้านการบินอีกต่อไป แต่จะครอบคลุมทุกระบบการขนส่ง ทั้งทางถนน ทางน้ำ และทางราง เพื่อให้กระทรวงคมนาคมมีหน่วยงานแกนกลางที่มีความเป็นอิสระ และมีเอกภาพในการสอบสวนวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การวางมาตรการป้องกันที่ได้มาตรฐานสากล
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงโครงสร้างครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้รูปแบบการปรับจัดโครงสร้างส่วนราชการใหม่ (Rearrange) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม โดยไม่มีการเพิ่มจำนวนกองในภาพรวม เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคล และงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความซ้ำซ้อน และบูรณาการข้อมูลความปลอดภัยระหว่างหน่วยงานได้อย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของการตั้งศูนย์ฯ คือการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบคมนาคมของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าจะต้องได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม และหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งผลักดันร่างกฎกระทรวงฯ ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อให้ศูนย์ฯ สามารถเดินหน้าปฏิบัติงาน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงโครงสร้างครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้รูปแบบการปรับจัดโครงสร้างส่วนราชการใหม่ (Rearrange) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม โดยไม่มีการเพิ่มจำนวนกองในภาพรวม เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคล และงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความซ้ำซ้อน และบูรณาการข้อมูลความปลอดภัยระหว่างหน่วยงานได้อย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของการตั้งศูนย์ฯ คือการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบคมนาคมของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าจะต้องได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม และหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งผลักดันร่างกฎกระทรวงฯ ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อให้ศูนย์ฯ สามารถเดินหน้าปฏิบัติงาน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด


