พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 10 – 17 เมษายน 2569
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปภาพรวมสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 พบว่าสถิติอุบัติเหตุลดลงถึง 19.25% โดยมีอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ลดลง 296 ครั้ง จากปี 2568 (1,538 ครั้ง), ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน ลดลง 295 คน จากปี 2568 (1,495 คน) คิดเป็นลดลง ร้อยละ 19.73 และผู้เสียชีวิต 242 ราย ลดลง 11 ราย จากปี 2568 (253 ราย)
ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายจราจรช่วงควบคุมเข้มข้นทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 พบผู้กระทำผิดใน 10 ข้อหาหลัก รวมทั้งสิ้น 435,387 ราย โดยใน 5 ข้อหาเน้นหนัก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย 101,706 ราย ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 89,540 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 24,820 ราย ขับรถขณะเมาสุรา 14,730 ราย (กระทำผิดซ้ำ 263 ราย) และขับรถย้อนศร 13,267 ราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ ในการดูแลอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เสียสละเวลาส่วนตัวช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จลุล่วง พร้อมสั่งการให้ยังคงต้องอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเทศกาลวันไหลในหลายพื้นที่ โดยใช้มาตรการเช่นเดียวกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในภาพรวมแล้ว ขอให้ทุกหน่วยได้ถอดบทเรียนการปฏิบัติสำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนปฏิบัติในช่วงเทศกาลสำคัญ
รวมทั้งให้ทุกหน่วยนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติ เช่น การใช้กล้อง CCTV การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อตรวจตราสำรวจข้อมูลสภาพการจราจรในห้วงเวลาต่างๆ ซึ่งได้มีการรายงานในช่องทางสื่อสารและมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชน มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเสริมในโอกาสต่อไป
พล.ต.อ.สมประสงค์ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้ง 10 จังหวัด ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามที่ พล.ต.อ.สำราญ สั่งการโดยเฉพาะในกรณีของการขับขี่ยานพาหนะโดยเสพของมึนเมาหรือดื่มสุรา ขอให้ดำเนินมาตรการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการกระทำผิดซ้ำ ขอให้นำผลการตรวจสอบใช้ประกอบในการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด
โดยความผิด “เมาแล้วขับ” มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำ (ภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทำความผิดครั้งแรก) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และโทษจะเพิ่มมากขึ้นหากเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ อันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย โดยโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ส่วนผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาเเล้วขับ และอาจเข้าข่ายมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีกด้วย
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกท้องที่พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาระหว่างทาง เช่น รถเสีย หรือขัดข้อง หากต้องการแจ้งอุบัติเหตุจราจร หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เพจ Facebook 1197 สายด่วนจราจร, เพจตำรวจทางหลวง หรือโทรสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


