นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกับบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศ เพื่อรับทราบสถานการณ์การนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศ จากผลกระทบกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รวมทั้งได้เร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายสุริยะ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วยใยเกษตรกร สืบเนื่องจากมีข่าวการขาดแคลนปุ๋ยยูเรียเผยแพร่ออกไป ซึ่งได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เกษตรกร โดยในวันนี้ได้เชิญบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยของไทยจำนวน 6 บริษัท เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันในขณะนี้ มีเรือขนส่งปุ๋ยของผู้ประกอบการที่ลอยลำอยู่ในน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ จำนวน 3 ลำ หรือประมาณ 2.5 แสนตัน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการรอการขนส่ง ส่วนสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยสำรองอยู่ 9 แสนตัน ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้ในขณะนี้
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณใช้ปุ๋ยในประเทศในสถานการณ์ปกติมีความต้องการจำนวน 6 ล้านตัน โดยขณะนี้มีสำรองในสต๊อกจำนวน 9 แสนตัน และจะนำเข้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ล้านตัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับฤดูกาลผลิตในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรได้เดินหน้านโยบายทันที โดยได้เจรจากับผู้ประกอบการผลิตกระสอบปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบและมีราคาสูงขึ้น ภายหลัง กรมวิชาการเกษตรได้ประกาศให้ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกได้ อาทิ กระดาษอัด ก็ส่งผลให้ราคาพลาสติกลดลงทันที เป็นต้น
ด้านนายมนัส เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวเสริมว่า ผู้ประกอบการยืนยันไม่ขึ้นราคาปุ๋ย และปุ๋ยสูตรอื่นไม่ขาดแคลนแน่นอน ซึ่งมีความยินดีที่จะร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ จับมือเป็นทีมไทยแลนด์เพื่อหาทางออกให้เกษตรกรร่วมกัน ทั้งการหารือมาตรการราคาปุ๋ย การหาปุ๋ยสูตรทดแทน และแนวทางอื่นๆ เพิ่มเติม
นายไพฑูรย์ ติโลกวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทปุ๋ยไวกิ้ง จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนได้รับโอกาสที่ดีในการเจรจากับซัพพลายเออร์ คาดว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกในการเจรจานำเข้าแม่ปุ๋ยได้ง่ายขึ้น และอาจมีแนวโน้วราคาที่ลดลง
นางสาววรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย กล่าวว่า การเจรจาร่วมกันกับภาคเอกชนถือเป็นการหาทางออกใหม่ๆ ร่วมกัน ซึ่งภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ นอกจากนี้มาตรการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าปุ๋ยจะช่วยย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น สถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลายเร็วขึ้น


