นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 มีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน และเป็นเทศกาลที่พี่น้องประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา และเล่นสงกรานต์ในสถานที่ต่าง ๆ อาจเกิดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติทางถนนได้มากกว่าในช่วงปกติ ซึ่งปีนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ได้กำหนดช่วงเวลาควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน รวม 7 วัน ภายใต้ชื่อรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ระดับส่วนกลาง ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อบริหารจัดการ อำนวยการ ติดตามประเมินผล และบูรณาการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนกับระดับพื้นที่และหน่วยงานภาคีเครือข่าย
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า โดยกำหนดให้มีพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ในวันที่ 10 เมษายน เวลา 10.00 น. และจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน รวมถึงการแถลงข่าวผลการดำเนินการประจำวัน ระหว่างวันที่ 11 – 16 เมษายน และการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการฯ ในวันที่ 17 เมษายน พร้อมเน้นย้ำมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ให้ทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อน 5 มาตรการ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ
นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า เพื่อร่วมสร้างการเดินทางที่ปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)ได้กำหนดตัวชี้วัดระดับภาพรวมเพื่อวัดผลการดำเนินการ ดังนี้ 1.จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (admit) ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 2.จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง 3.จำนวนผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง และ 4.จำนวนผู้เสียชีวิตในพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ เตรียมความพร้อม ตรวจเช็กสภาพรถ และคนขับ ให้พร้อมกับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง


