การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ จำนวน 3 ฉบับ มี สส. ฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้แก่ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายจุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)
นายร่มธรรม กล่าวว่า ตนทราบดีว่าขณะนี้ประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างสุดความสามารถและมีมาตรการต่างๆ ตามมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ปัญหาอุทกภัยก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จึงอยากเสนอรัฐบาลให้ดำเนินการป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ที่ผ่านมาประชาชนต้องเผชิญกับอุทกภัยหลายรูปแบบ หลายพื้นที่เผชิญกับอุทกภัย ขณะนี้หลายพื้นที่เผชิญกับภัยความร้อน ความแล้ง และการขาดแคลนน้ำ ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับว่าด้วยการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่รุนแรง แปรปรวน และเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ หรือที่เรียกว่าภาวะโลกรวน ทำให้ภัยเหล่านี้รุนแรงถี่ขึ้น คาดเดาได้ยากขึ้นเหมือนที่เราเห็นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คือการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ชีวิต โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งตนได้เห็นการทำงานเชิงรุกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคนในขณะนั้นที่มีการระดมสรรพกำลังและงบประมาณเข้าไปให้การช่วยเหลือ การให้เงินเยียวยาน้ำท่วมสำหรับครัวเรือนที่เร็วที่สุด และยังเพิ่มการช่วยเหลือแบบขั้นบันไดไปจนถึงมาตรการของกระทรวงต่างๆ ที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มอาชีพต่างๆ ในการฟื้นฟูจากเหตุภัยพิบัติ ซึ่งภัยธรรมชาติกับภาวะโลกรวนถือเป็นบทเรียนที่สำคัญว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
นายร่มธรรม กล่าวว่า วันนี้เราจึงต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดหากภัยพิบัติจะเกิดขึ้น และตนมีข้อเสนอ ดังนี้
1. สนับสนุนให้รัฐบาลผลักดันให้ยกระดับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละลุ่มน้ำให้มีการทำงานอย่างใกล้ชิด เป็นเอกภาพเพื่อให้เกิดการวางแผนจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน การจัดสรรงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานเรื่องน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือกู้ภัย การตั้งศูนย์พักพิงให้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ
2. สนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาระบบข้อมูลน้ำ การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและเป็นระบบเดียว หรือที่เรียกว่า single command เราสามารถใช้เทคโนโลยีดาวเทียม เอไอ และเทคโนโลยีต่างๆ นำข้อมูลเรื่องน้ำและสภาพอากาศของหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกันมาประมวลผลปริมาณน้ำฝน และปริมาณน้ำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที
3. สนับสนุนรัฐบาลพิจารณาเพิ่มการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนจากภัยพิบัติทุกภัยพิบัติธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยขอสนับสนุนแนวคิดระบบประกันภัยครัวเรือนเข้ามาช่วย ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลของดาวเทียมและเทคโนโลยีแล้ว เราจะสามารถให้เงินเยียวยาประชาชนได้ตรงจุด รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน มีความเหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น


