นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 โดยมีนายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของพวกเราทุกคนเพราะเป็นพื้นที่แห่งการสืบสานความคิดความเชื่อค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิทธิประกอบการเป็นตัวตนของแต่ละคนที่หลอมรวมกันในสังคมจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ หากสถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง ประเทศชาติของเราก็จะแข็งแรง แต่ในทางตรงกันข้ามหากสถาบันครอบครัวอ่อนแอ คงเป็นการยากที่จะสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็ง ดังนั้นครอบครัวจึงมีความสำคัญกับชีวิตของพวกเราทุกคน และที่สำคัญ ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยในครอบครัวของเราซึ่งล้วนเคยเป็นผู้ปกครองของเราทุกคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการส่งต่อเรื่องราวความคิดความเชื่อ ความอบอุ่นให้แก่คนรุ่นหลัง แต่ที่น่าเสียดายว่าในโลกยุคปัจจุบันช่องว่างระหว่างคนแต่ละช่วงวัยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ปู่ ย่า ตา ยายกับคนรุ่นใหม่ในบางครั้งก็พูดคนละภาษา แต่ความสัมพันธ์ในเรื่องของความเคารพนับถือกันยังมีอยู่
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เนื่องจากความห่างเหินมันจะทำให้สายสัมพันธ์มันไม่เหมือนเดิม การจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัวในปีนี้จึงถือว่ามีความสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิการและการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัวและผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งทางด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัย การมีงานทำที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมกับสังคม เพื่อให้สังคมผู้สูงวัยยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของพวกเราทุกคนเพราะเป็นพื้นที่แห่งการสืบสานความคิดความเชื่อค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิทธิประกอบการเป็นตัวตนของแต่ละคนที่หลอมรวมกันในสังคมจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ หากสถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง ประเทศชาติของเราก็จะแข็งแรง แต่ในทางตรงกันข้ามหากสถาบันครอบครัวอ่อนแอ คงเป็นการยากที่จะสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็ง ดังนั้นครอบครัวจึงมีความสำคัญกับชีวิตของพวกเราทุกคน และที่สำคัญ ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยในครอบครัวของเราซึ่งล้วนเคยเป็นผู้ปกครองของเราทุกคนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการส่งต่อเรื่องราวความคิดความเชื่อ ความอบอุ่นให้แก่คนรุ่นหลัง แต่ที่น่าเสียดายว่าในโลกยุคปัจจุบันช่องว่างระหว่างคนแต่ละช่วงวัยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ปู่ ย่า ตา ยายกับคนรุ่นใหม่ในบางครั้งก็พูดคนละภาษา แต่ความสัมพันธ์ในเรื่องของความเคารพนับถือกันยังมีอยู่
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เนื่องจากความห่างเหินมันจะทำให้สายสัมพันธ์มันไม่เหมือนเดิม การจัดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัวในปีนี้จึงถือว่ามีความสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิการและการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัวและผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งทางด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัย การมีงานทำที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมกับสังคม เพื่อให้สังคมผู้สูงวัยยังเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ


