นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า แนะบรรจุแผนปฎิรูปพลังงานเป็นนโยบาย
หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีวาระสำคัญ คือแผนการแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ที่คณะกรรมการ คตร. ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑประภาสร องนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานฯ ได้ศึกษาแผนการกำหนดราคาค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมัน และค่าการตลาด ซึ่งนายเอกเนติ จะต้องนำแผนทั้งหมด ที่คณะกรรมการชุดนี้ได้มีความเห็น เพื่อขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเร่งด่วน
ซึ่งการศึกษาเรื่องค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมันและค่าการตลาด ที่มีการนำเสนอจากทุกฝ่ายในประเด็นเรื่องค่ากลั่นที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมลิตรละ 3 บาทเป็นลิตรละ 15-16 บาท มีการนำเสนอให้มีการลดราคาค่ากลั่นของโรงกลั่นน้ำมันลง เพื่อทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันต่ำลง ไม่แพงจนเกินไป จนทำให้นายอนุทินได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า “ไม่ควรบีบบังคับโรงกลั่นเกินไป ถ้าขายแล้วไม่คุ้ม อาจหยุดการกลั่น ปัญหาทวีเพิ่ม” ซึ่งเป็นท่าทีเห็นใจโรงกลั่นที่เป็นนายทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายอนุทินพูดในลักษณะชี้โพรงให้กระรอก เปิดโอกาสให้โรงกลั่นสร้างเงื่อนไขต่อรอง เรื่องการลดราคาค่ากลั่น ที่รัฐบาลจะกดดัน ให้ค่ากลั่นลดน้อยลงไปตามที่รัฐบาลต้องการ
เมื่อดูแผนการศึกษาเรื่องค่ากลั่นของโรงกลั่น และค่าการตลาด ของคตร.แล้ว น่าจะเป็นโอกาสที่รัฐบาลไทยนำเสนอแผนการปฏิรูป หรือยกเครื่องโครงการพลังงานน้ำมันครั้งใหญ่ ที่รัฐบาลปล่อยโอกาสให้นายทุนโรงกลั่นค้ากำไร และเอาประโยชน์จากประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน น่าจะถึงเวลาสังคายนาหรือทุกเครื่องโครงสร้างพลังงานน้ำมันเสียที แต่ถ้าดูนโยบายของรัฐบาลอนุทิน2 ที่จะแถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ พบว่านโยบายของรัฐบาลอนุทิน2 มีเพียง5ด้าน คือ 1.นโยบายด้านเศรษฐกิจ 2.นโยบายด้านต่างประเทศและความมั่นคง 3.นโยบายด้านสังคม 4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 5.นโยบายการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
เมื่อพิจารณาดูนโยบายด้านเศรษฐกิจ พบว่ามีเพียงนโยบายโครงการคนละครึ่ง, การออกกฏหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน, Made in Thailand First การแบ่งแยกกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งไม่มีเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานน้ำมัน หรือโครงสร้างพลังงานของชาติเลย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้อยากจะนำเสนอว่า ยังไม่สายจนเกินไป ถ้ารัฐบาลจะแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ควรจะเพิ่มนโยบาย เรื่องการปฏิรูปพลังงานของชาติทั้งระบบลงไปในนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ด้วย เพื่อเป็นหลักประกันว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการปฏิรูปด้านพลังงานของชาติ โดยไม่เกรงใจกลุ่มทุนพลังงาน ที่สนับสนุนพรรคการเมืองทุกพรรค และอยู่เบื้องหลังการเมืองไทยมาหลายยุคหลายสมัย


