นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เรื่องการกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม 3 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง เพื่อป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง ป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลน
สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท พีอี พีพี และพีอีที ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้ และดูแลก่อนกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง
ส่วนซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค
นอกจากนี้ คณะกรรมการ กกร. ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกร โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อนพบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ ส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบจริงในการส่งออกลดลง และทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศตกต่ำ ขณะที่ปลากะพงมีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย และกากถั่วเหลืองได้มีการกำกับดูแลปริมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ซึ่งหลังจากนี้สินค้าทั้ง 3 รายการ จะรับฟังความคิดเห็น ก่อนเสนอ ครม. ควบคุมต่อไป
สำหรับเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลครอบคลุมเม็ดพลาสติกประเภท พีอี พีพี และพีอีที ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ฝาบรรจุภัณฑ์ และแกลลอน โดยกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อเพื่อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายใน ทุกสัปดาห์ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามโครงสร้างต้นทุนได้ และดูแลก่อนกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง
ส่วนซอสปรุงรสและน้ำดื่มบรรจุขวด กรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา หากพบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า หรือเกิดความผันผวนของราคาที่มีนัยสำคัญ สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการได้ทันที เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค
นอกจากนี้ คณะกรรมการ กกร. ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพง และกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบด้านราคาและรายได้ของเกษตรกร โดยกรณีมะพร้าวผลอ่อนพบการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ ส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบจริงในการส่งออกลดลง และทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศตกต่ำ ขณะที่ปลากะพงมีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย และกากถั่วเหลืองได้มีการกำกับดูแลปริมาณเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ซึ่งหลังจากนี้สินค้าทั้ง 3 รายการ จะรับฟังความคิดเห็น ก่อนเสนอ ครม. ควบคุมต่อไป


