นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่ข้อมูลโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ว่า รัฐบาลจะแบ่งจ่ายเงิน 200 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือน ว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นข่าวที่ผิดพลาด โดยขณะนี้ปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขการใช้จ่าย รวมถึงจัดการเรื่องงบประมาณให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาทันทีโดยเร็วที่สุด
นายเอกนิติ ยืนยันว่า คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 มีแน่นอน แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งเรื่องเม็ดเงินงบประมาณ วงเงินที่จะให้กับประชาชน เบื้องต้นอาจจะให้เป็นก้อนเดียว แต่จะให้เท่าไรต้องขอดูรายละเอียดก่อน และจะให้เป็นการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงจะมี AI เข้ามาเสริมทักษะของร้านค้าด้วย ตอนนี้ทุกส่วนกำลังเร่งดำเนินการ คาดว่าเมื่อเสนอ ครม. แล้ว น่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจเร่งผลักดันโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ออกมาเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทย รวมถึงทั่วโลกเผชิญวิกฤติพลังงาน เพราะต้องยอมรับว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นมีกลไกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอย่างแน่นอน ซึ่งจะกระทบต่อดีมานต์และภาพรวมเศรษฐกิจ โดยในเรื่องการดูแลราคาสินค้านั้น ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ก็กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อดูแลประชาชน
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดของโครงการ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่อยากให้เกิดความสับสนในขณะนี้ เพราะยังไม่นิ่ง ควรรอความชัดเจนหลังจากเรื่องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ทีเดียวดีกว่า
ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำว่า จำนวนเงินจะเป็นเท่าไร ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขอดูงบประมาณก่อน แต่ความตั้งใจของรัฐบาลอยากให้เหมาะสมกับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่มีกำหนดตัวเลขวงเงินที่จะให้ประชาชนใช้จ่าย เพราะยังอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียด รวมถึงเตรียมความพร้อมในมิติต่าง ๆ ส่วนจำนวนเงินจะเป็นเท่าไรยังต้องรอดูงบประมาณก่อน ดังนั้นรายละเอียดของโครงการทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากมติ ครม. ตอนนี้ต้องรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายเรียบร้อยก่อน ส่วนเรื่องกระบวนการต่าง ๆ การจัดการ จึงยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง แต่ในมิติของคลังได้เตรียมความพร้อมในช่องทางต่าง ๆ ไว้หมดแล้ว และมีการเตรียมทางเลือกต่าง ๆ ไว้ด้วย ดังนั้นหากเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ก็จะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนแน่นอน


