นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมวางแผนปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เมื่อเวลา 09.00 น. ว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศใน จ.เชียงใหม่ เช้านี้ มีค่า PM 2.5 อยู่ที่ระดับ 211 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีม่วง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง จึงสั่งการระดมอากาศยานรวม 6 ลำ จากหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ 5 ลำ และ จ.พิษณุโลก 1 ลำ เข้าปฏิบัติการตามแผนงาน
โดยภารกิจเช้านี้แบ่งเป็นการบินโปรยสเปรย์น้ำเย็นและโปรยน้ำแข็งแห้ง ครอบคลุมพื้นที่วิกฤตใน จ.เชียงใหม่ ได้แก่ อ.เมือง อ.ฮอด อ.ดอยเต่า อ.อมก๋อย อ.แม่ริม อ.สะเมิง และ อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเร่งลดการสะสมของฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ
สำหรับรูปแบบการปฏิบัติการ ประกอบด้วย
- เครื่องบิน CN ขนาดใหญ่ 1 ลำ บินโปรยสเปรย์น้ำเย็น ระดับ 3,000 ฟุต บริเวณ อ.ดอยสะเก็ด–อ.แม่ออน
- เครื่องบิน CASA 2 ลำ โปรยน้ำแข็งแห้ง ระดับ 6,600 ฟุต ในพื้นที่ อ.หางดง และ อ.ฮอด
- เครื่องบิน L410 2 ลำ โปรยน้ำแข็งแห้ง ระดับ 6,200–6,600 ฟุต ในพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.หางดง
- เครื่องบิน BT-67 ของกองทัพอากาศ 1 ลำ โปรยน้ำแข็งแห้ง ระดับ 5,500 ฟุต บริเวณ อ.ลี้ จ.ลำพูน
นอกจากนี้ ยังได้สั่งปรับแผนระดมเครื่องบิน CASA เพิ่มอีก 2 ลำ เพื่อเตรียมปฏิบัติการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆ เนื่องจากการประเมินสภาพอากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 5–6 เมษายน ความชื้นสัมพัทธ์มีแนวโน้มเข้าเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการทำฝนหลวง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดฝนและบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ย้ำว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยวางแผนปฏิบัติการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้คุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ และต้องสามารถมองเห็นยอดพระธาตุดอยสุเทพได้อย่างชัดเจนอีกครั้งในเร็ววัน
ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน เพื่อปรับแผนการบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือเชื่อมั่นว่าหน่วยงานจะใช้ทุกศักยภาพที่มีในการเร่งคลี่คลายปัญหาฝุ่นละอองโดยเร็วที่สุด


