นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ภาพรวมยังมีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า ประกอบกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่ยังตึงเครียด รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์ที่อยู่ในระดับสูง และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งเริ่มส่งผลต่อทิศทางราคาการค้าระหว่างประเทศของไทย
ทั้งนี้ ดัชนีราคาส่งออกของไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 113.3 ขยายตัวร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากหมวดสินค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 โดยเฉพาะทองคำ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในหลายภูมิภาค
ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามความต้องการของตลาดหลักอย่างจีน และไก่สด แช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดโลก ส่วนหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 จากอาหารทะเลกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ส่วนหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 6.6 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามภาวะอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อุปสงค์ในบางประเทศชะลอลง
ด้านดัชนีราคานำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 120.3 ขยายตัวร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตและการลงทุนที่ยังขยายตัว โดยหมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 จากทองคำ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสินแร่โลหะต่างๆ
หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องประดับอัญมณี ขณะที่หมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 จากเครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สะท้อนการลงทุนที่ยังมีต่อเนื่อง ส่วนหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ตามการขยายตัวของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
ขณะที่หมวดสินค้าเชื้อเพลิงยังหดตัว แต่หดตัวน้อยลงร้อยละ 9.4 จากก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและนำเข้าเดือนมีนาคม 2569 คาดว่า จะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ ปรับใช้มาตรา 122 ซึ่งช่วยลดอัตราภาษีนำเข้าจากไทย และสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน ประกอบกับความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ยังเพิ่มขึ้นจากความกังวลด้านความมั่นคงอาหาร รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
ทั้งนี้ สนค. เน้นย้ำให้ติดตามปัจจัยสำคัญได้แก่ ทิศทางเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มผันผวน ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า รวมถึงความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะข้างหน้า


