รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 การสำรวจจัดทำในกลุ่มตัวอย่าง 1,280 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28–30 มีนาคม 2569 โดยพบว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้การจับจ่ายในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ชะลอลง
ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดย 38.7% ลดการเดินทางภายในประเทศ และ 32.5% ลดการใช้จ่ายโดยรวม ขณะที่ 19.5% ระบุว่าแผนการใช้จ่ายไม่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ในระดับสูง โดย 85.4% กังวลต่อราคาน้ำมันและค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น รองลงมาคือความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับสูงขึ้น
ด้านความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มรัดเข็มขัดมากขึ้น โดย 26.8% ระบุว่าระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และ 21.5% ระบุว่าระมัดระวังมากขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนมีแนวโน้มปรับพฤติกรรมเพิ่มเติม โดย 37.4% จะลดการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย หันไปใช้สินค้าจำเป็น ขณะที่บางส่วนลดการเดินทางส่วนตัว ใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น หรือยกเลิกแผนการท่องเที่ยว
ด้านผู้ประกอบการ ผลสำรวจสะท้อนว่า ธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนลง โดย 32.6% มีแผนชะลอการลงทุนใหม่ ขณะที่ 27.3% มีแนวโน้มปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ รวมถึงปรับลดต้นทุนและปริมาณการผลิตเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการด้านพลังงานเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะการควบคุมราคาน้ำมันและบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เพียงพอ ควบคู่กับการลดค่าครองชีพ ควบคุมราคาสินค้า และสนับสนุนสภาพคล่องผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสื่อสารนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนก บรรเทาภาระต้นทุนธุรกิจ และส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ผลสำรวจสะท้อนว่า แม้เทศกาลสงกรานต์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการใช้จ่ายสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น กำลังทำให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับตัวมากขึ้น และอาจเป็นสัญญาณของการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป


