ทีมนักวิจัยคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย นายอนิรุจน์ กล่อมจิตร และ รศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่ ร่วมกับเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการค้นพบ สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora ชนิดใหม่ของโลกถึง 4 ชนิด จากการสำรวจแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยใช้เทคนิควิเคราะห์ลักษณะสัณฐานวิทยาร่วมกับพันธุกรรมระดับโมเลกุล ซึ่งผลงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Algae ยืนยันว่าน่านน้ำไทยยังคงเป็นขุมทรัพย์ทางชีวภาพที่รอการค้นพบอีกมาก แม้ในอดีตทั่วโลกจะเคยรู้จักสาหร่ายสกุลนี้เพียงไม่กี่ชนิด แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้เราพบความหลากหลายพุ่งสูงขึ้นกว่า 97 ชนิดทั่วโลก
สำหรับการค้นพบครั้งนี้ประกอบด้วยสาหร่ายที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกัน ได้แก่
1. Lobophora lewmanomontiae สาหร่ายชนิดนี้มีลักษณะตั้งตรงเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ขนาด 7 – 8 ซม. ขอบแผ่นของสาหร่ายเรียบ ผิวสม่ำเสมอ ไม่มีลายหรือจุด พบในระดับความลึก 3 – 12 เมตร บริเวณเกาะมันนอก จ.ระยอง, หาดนางรอง และหาดยาว จ.ชลบุรี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ผู้บุกเบิกวิชาสาหร่ายวิทยาของประเทศไทย
2. Lobophora ogawae แผ่นบางจิ๋ว สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (3 - 4 ซม.) เป็นแผ่นแบนราบและบาง สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มสม่ำเสมอ พบในระดับความลึก 2 - 5 เมตร บริเวณเกาะมันนอก จ.ระยอง, เกาะหมาก และเกาะกระดาด จ.ตราด ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Hisao Ogawa นักสาหร่ายวิทยาชาวญี่ปุ่น ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้สาหร่ายทะเลไทยมาหลายทศวรรษ
3. Lobophora thiemmedhii ที่มีสีเหลืองทองและจุดสีเข้มเป็นเอกลักษณ์ สาหร่ายชนิดนี้มีสีเหลืองทองหรือส้มเหลือง มีจุดสีเข้มและเส้นลายสีเทาบริเวณขอบเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 5.5 - 6.5 ซม. มีลักษณะเป็นแผ่นแบบราบ พบในระดับความลึก 4 - 14 เมตร บริเวณเกาะนางยวน อ่าวหินวง และหาดแม่หาด จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.จินดา เทียมเมธ ผู้จุดประกายการศึกษาสาหร่ายทะเลในไทย และผู้เขียนบทความการค้นพบสาหร่ายทะเลสกุล Porphyra เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
4. Lobophora velasquezii สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (2 - 3 ซม.) ลักษณะแผ่นแบนราบและหนา สีน้ำตาลเหลืองถึงทองเหลือง มีจุดสีเข้มกระจายประปราย พบที่ระดับความลึก 2 - 6 เมตร บริเวณเกาะนางยวน เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Gregorio T. Velasquez นักสาหร่ายวิทยาชาวฟิลิปปินส์ ผู้ริเริ่มสร้างรายงานรายชื่อสาหร่ายทะเลชุดแรกของไทย
โดยชื่อของสาหร่ายทั้ง 4 ชนิด ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บูรพาจารย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกวงการสาหร่ายวิทยาในไทยและเอเชีย นอกจากนี้ยังมีการรายงานการพบสาหร่ายในสกุลเดียวกันเพิ่มเติมอีก 3 ชนิดเป็นครั้งแรกในไทย ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีสาหร่ายสกุลนี้รวมถึง 21 ชนิด จากทั้งหมด 30 ชนิดที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การค้นพบในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อในพจนานุกรมสายพันธุ์พืชเท่านั้น แต่ยังมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ในอนาคต เนื่องจากการจำแนกชนิดที่แม่นยำเป็นรากฐานในการติดตามสุขภาพของระบบนิเวศแนวปะการังที่กำลังเผชิญวิกฤตโลกร้อนและมลพิษทางทะเล ยิ่งไปกว่านั้น สาหร่ายสกุล Lobophora ยังมีศักยภาพสูงในการพัฒนาสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านเภสัชกรรมและเครื่องสำอาง เนื่องจากมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ ทั้งการต้านเชื้อโรคและต้านมะเร็ง ซึ่งอาจกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลายทางชีวภาพของไทยได้อย่างยั่งยืน


