xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์จับมือเอกชนดัน 4 เสาหลักสู้เศรษฐกิจโลกผันผวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมภาคเอกชน 15 กลุ่มคลัสเตอร์ เพื่อวางทิศทางความร่วมมือ "ทีมไทยแลนด์" ระหว่างภาครัฐและเอกชน มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย และยกระดับเศรษฐกิจประเทศให้สอดรับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง

นางศุภจี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และการวางแผนธุรกิจ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม โดยใช้ภาคธุรกิจเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ในระยะเร่งด่วน เปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย" วันนี้​ (วันที่ 1 เม.ย. 2569) ร่วมกับผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีก และซัพพลายเออร์รายใหญ่กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 1,000 รายการ สูงสุดถึงร้อยละ 58 โดยเน้นสินค้า House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก พร้อมเปิดโอกาสให้สินค้า SMEs และสินค้าชุมชนเข้าร่วมในระยะต่อไป พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านการขยายธงฟ้าเคลื่อนที่ กระจายสินค้าราคาประหยัด และช่วยระบายสินค้าเกษตร รวมถึงสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษให้ร้านอาหารปรุงสำเร็จในพื้นที่นำร่อง

สำหรับแนวทางระยะยาวกระทรวงพาณิชย์เร่งปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ และมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ และจีน พร้อมเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจารอบที่ 8 และเหลือประเด็นสำคัญร้อยละ 20–30 คาดว่าจะสรุปผลได้โดยเร็ว ควบคู่กับการรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ในอินเดีย ลาตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง รัสเซีย และเอเชียกลาง

นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และ Food Tech เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และผลักดันอุตสาหกรรม S-Curve เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดยุทธศาสตร์การค้าไทยบน 4 เสาหลัก ได้แก่

- เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (Competitiveness)
- สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพเศรษฐกิจ (Security & Stability)
- กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ (Inclusive)
- เสริมความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilient Agility)

ด้าน ดร.พจน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนมองว่าไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการทำงานเชิงบูรณาการของทีมเศรษฐกิจที่มีเอกภาพ ตัดสินใจรวดเร็ว และเข้าใจการแข่งขันในเวทีโลกพร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ Geo-war & พลังงาน วางยุทธศาสตร์การค้ากับประเทศคู่ค้าหลัก ควบคู่บริหารต้นทุนพลังงานและค่าไฟให้อยู่ในระดับแข่งขันได้ ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ลดขั้นตอนราชการ และยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันเกษตร–SMEs–เทคโนโลยี ฟื้นฟูภาคเกษตร จัดทำฐานข้อมูล SMEs และใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล AI และ Sustainability ยกระดับผู้ประกอบการ

ดร.พจน์ ระบุว่า การดำเนินนโยบายควรมีความต่อเนื่องและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไม่สะดุด และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภาคเอกชนยืนยันพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน