นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มีมติรวบรวมข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อยื่นต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือภาคประมง หลังต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับข้อเสนอ 6 ด้านของภาคประมง ได้แก่
1. ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง: ขอให้รัฐเร่งผลิตและกระจายน้ำมัน B20 ไปยัง 22 จังหวัดชายทะเล และตรึงราคาหน้าคลังสำหรับภาคประมงไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร อย่างน้อย 6 เดือน พร้อมลดภาษีสรรพสามิต 5 บาทต่อลิตร
2. ด้านสภาพคล่อง: เสนอจัดตั้ง "โครงการสินเชื่อประมงฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง" ใช้แหล่งเงินจากกองทุนภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเรือ และจ่ายค่าแรงลูกเรือ
3. ด้านหนี้และภาษี: ขอพักชำระหนี้เงินกู้ภาคประมงทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 2 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้ผู้ประกอบการประมง 2 ปี
4. ด้านราคาสัตว์น้ำ: ขอให้เข้มงวดการนำเข้าสัตว์น้ำ กำหนดมาตรฐานเทียบเท่า IUU และพิจารณากำหนดโควตาสินค้าบางชนิดเช่น หมึก ปลาทู เพื่อป้องกันภาวะล้นตลาดและกดราคาหน้าท่า
5. ด้านแรงงาน: เสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณามาตรการรองรับแรงงานประมง ในกรณีที่เรือจำเป็นต้องหยุดดำเนินการจากภาวะต้นทุนสูง
6. ด้านการบริหารจัดการประมง: ขอให้กรมประมงเร่งออกหลักเกณฑ์การขนถ่ายสัตว์น้ำระหว่างเรือ เพื่อลดต้นทุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
นายไตรฤกษ์ กล่าวว่า ขณะนี้เรือประมงเริ่มหยุดออกทะเลแล้วกว่า 50% จากภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มทะลุระดับ 40 บาทต่อลิตรแล้ว ขณะที่การเข้าถึงน้ำมัน B20 ยังมีข้อจำกัด โดยมีจุดกระจายหลักเพียง 2 แห่ง แต่ยังไม่มีน้ำมันให้เติมทำให้ไม่สามารถช่วยลดต้นทุนได้จริง
ขณะเดียวกัน ภาคประมงยังเผชิญปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำจากการนำเข้าสินค้าในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับทั้งต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้ที่ลดลง
ทั้งนี้ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยหวังจะได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยเร็ว เพื่อผลักดันข้อเสนอให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และอยู่ระหว่างประสานขอเข้าหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสะท้อนปัญหาราคาสัตว์น้ำและการนำเข้า ก่อนที่สถานการณ์จะกระทบต่ออุตสาหกรรมประมงทั้งระบบ จนต้องจอดเรือทั้งประเทศ


