ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนในทิศทางอ่อนค่า โดยทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน ที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนฟื้นตัวระยะสั้นจากแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียตามความหวังว่าสถานการณ์อาจผ่อนคลายลง โดยเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังได้แรงหนุนจากความกังวลเงินเฟ้อซึ่งอาจจำกัดการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เงินบาทปิดที่ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 2,011 ล้านบาท และมีเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทยสุทธิ 13,265 ล้านบาท
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 3 เมษายน 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนกุมภาพันธ์ ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและยอดค้าปลีกเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมีนาคม รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคม ของจีนญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน


