xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.รับสงคราม ตอ.กลาง ดันเงินเฟ้อเข้ากรอบเร็วกว่าคาด ยัน ดบ.1% ไม่ต่ำ-รองรับความเสี่ยงได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.คลัง ชี้แจงการเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 กนง.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำแต่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นและกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 70

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจากปัจจัยด้านอุปทานในหมวดพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต โดยราคาพลังงานลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก จากค่าเฉลี่ย 12 เดือนก่อนหน้าที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเฉลี่ย 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ก.พ.68-ม.ค.69) เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพผ่านการลดค่าไฟฟ้า ทำให้ราคาหมวดพลังงานหดตัว 5.3% สำหรับราคาอาหารสดหดตัว 0.6%โดยราคาผักลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ประกอบกับผลของฐานที่สูงจากภาวะภัยแล้งในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายไม่ได้สะท้อนภาวะเงินฝืด สะท้อนจาก (1) ราคาสินค้าและบริการที่ไม่ใช่พลังงานและอาหารสดไม่ได้ปรับลดลงต่อเนื่องและเป็นวงกว้าง (2) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและเครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อที่ขจัดปัจจัยชั่วคราวออกยังเป็นบวก สะท้อนว่าราคาสินค้าไม่ได้จะลดลงต่อเนื่อง และ (3) อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางของสาธารณชนยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุอีกว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเร็วกว่าที่คาด ตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้ รวมถึงภาคการผลิต การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานโลกที่อาจหยุดชะงัก (supply disruptions)

ทั้งนี้ ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อยังมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงคราม ท่าทีการตอบโต้ และการปรับตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักต่างๆ รวมถึงมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ ซึ่ง กนง.จะติดตามพัฒนาการของเงินเพื่ออย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลให้อัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางไม่สูงหรือต่ำจนเกินไปจนกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิฐกิจการเงิน

กนง. ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการดูแลเงินเฟ้อในระยะปานกลางให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการประชุม กนง. ล่าสุดส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงมาอยู่ที่ 1% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ มาก นอกจากนี้ยังเป็นระดับที่ต่ำใกล้เคียงกับช่วงวิกฤต COVID-19 จึงถือเป็นระดับที่ผ่อนคลายเพียงพอและสนับสนุนให้เงินเพื่อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลางและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ 1% เป็นระดับที่ไม่ต่ำจนเกินไปในการรองรับความเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจปรับสูงขึ้นภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า โดย กนง. จะติดตามพัฒนาการและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิด และดำเนินนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป