นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สถานการณ์สินค้าในประเทศขณะนี้หลายรายการได้รับผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จึงจำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการทั้งปริมาณสต็อกสินค้า และราคาจำหน่าย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมในหลายรายการ และจะเร่งออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด
ส่วนของรายการสินค้าควบคุม และมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม ที่ประชุมได้พิจารณาตามข้อเสนอของฝ่ายเลขานุการแล้ว จะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการในภาพรวม และดำเนินการออกมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนต่อไป เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน
ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน หรือพบสัญญาณความเสี่ยงด้านราคาที่อาจกระทบต่อประชาชน ประธาน กกร.สามารถออกประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตก่อนปรับราคาได้ทันที
ปัจจุบันมีสินค้าและบริการควบคุม 59 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค และมีมาตรการที่เข้มข้น อาทิ การขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย การแจ้งสต็อกปริมาณ นายวิทยากร กล่าวว่า การพิจารณาทบทวนยกระดับมาตรการในวันนี้ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีความยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานในตลาดโลกที่มีความผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า สารเคมีพื้นฐาน และค่าขนส่งระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายทันที หากพบ พฤติกรรมที่เค้าข่ายการผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามมาตรา 28 การจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควรตามมาตรา 29 หรือการกักตุนสินค้าควบคุมตามมาตรา 30 ของกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ย่อมเป็นความผิดทางอาญา ที่มีโทษทางกฎหมาย โดยประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ทันที


