xs
xsm
sm
md
lg

ค้นพบดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี และ 11 ดวงของดาวเสาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์วัตถุเชิงดาวเคราะห์ขนาดเล็ก (Minor Planet Center : MPC) หน่วยงานทางการที่รับผิดชอบด้านการสังเกตการณ์และรายงานเกี่ยวกับเหล่าวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ ภายใต้สหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (International Astronomical Union : IAU) ประกาศยืนยันการค้นพบดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี และ 11 ดวงของดาวเสาร์ ทำให้ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์มีจำนวนดวงจันทร์บริวารที่ 101 ดวงและ 285 ดวง ตามลำดับ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2026

ดาวพฤหัสบดี
ดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี (เรียงจากความใกล้-ไกลดาวเคราะห์ดวงแม่) ได้แก่
- S/2011 J 4 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2011
- S/2024 J 1 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~2 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2024
- S/2018 J 5 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~2 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2018
- S/2011 J 5 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~2 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2011

สำหรับดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีที่เพิ่งยืนยันเหล่านี้ อยู่ในกลุ่มย่อยของดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี 2 กลุ่ม

- S/2011 J 4 : เป็นสมาชิกของ “กลุ่มดวงจันทร์ฮิมาเลีย” (Himalia group) กลุ่มของดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กมาก อยู่ตามบริเวณวงโคจรของดวงจันทร์ฮิมาเลีย โดยอยู่ถัดออกมาจาก “ดวงจันทร์กาลิเลียน” (กลุ่มของดวงจันทร์ใหญ่สุด 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี) ที่ระยะห่างราว 11.1 ล้าน - 12.3 ล้านกิโลเมตร (คาบการโคจรนาน 240 - 277 วัน) และมีทิศทางการโคจรสอดคล้องกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวพฤหัสบดี (ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของดาวพฤหัสบดี 27 - 29 องศา)

- S/2024 J 1, S/2018 J 5 และ S/2011 J 5 : เป็นสมาชิกของ “กลุ่มดวงจันทร์คาร์มี” (Carme group) กลุ่มของดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กมาก อยู่ตามบริเวณวงโคจรของดวงจันทร์คาร์มี โดยอยู่ห่างจากดาวพฤหัสบดีมาก ที่ระยะห่างราว 22.7 ล้าน - 23.7 ล้านกิโลเมตร (คาบการโคจรนาน 700 - 746 วัน) และมีทิศทางการโคจรสวนทางกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวพฤหัสบดี (ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของดาวพฤหัสบดี 163 - 165 องศา)

ดาวเสาร์
ดวงจันทร์บริวารดวงใหม่ 11 ดวงของดาวเสาร์ (เรียงจากความใกล้-ไกลดาวเคราะห์ดวงแม่) ได้แก่
- S/2023 S 56 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2020 S 48 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2020
- S/2023 S 55 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2023 S 53 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2023 S 54 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2020 S 46 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2020
- S/2023 S 57 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~2 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2020 S 47 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2020
- S/2023 S 52 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2023 S 51 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2023
- S/2020 S 45 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ~3 กิโลเมตร ตรวจพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 2020

ส่วนดวงจันทร์ของดาวเสาร์ ที่เพิ่งยืนยันเหล่านี้ อยู่ในกลุ่มย่อยของดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ 3 กลุ่ม

- S/2023 S 56 และ S/2020 S 48 : เป็นสมาชิกของ “กลุ่มดวงจันทร์อินูอิต” (Inuit group) กลุ่มของดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กมาก บางดวงตั้งชื่อจากเทพปกรณัมอินูอิตของชนกลุ่มอินูอิต ทางตอนเหนือของแคนาดา โดยอยู่ห่างจากดาวเสาร์ ที่ระยะห่างราว 16.3 ล้าน - 23.3 ล้านกิโลเมตร (คาบการโคจรนาน 783 - 1,341 วัน) และมีทิศทางการโคจรสอดคล้องกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวเสาร์ (ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของดาวเสาร์ 40 - 51 องศา)

- S/2023 S 55 และ S/2020 S 54 : เป็นสมาชิกของ “กลุ่มดวงจันทร์กัลลิก” (Gallic group) กลุ่มของดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กมาก ที่บางดวงตั้งชื่อจากเทพปกรณัมเคลต์ของชนกลุ่มเคลต์ ทางตอนกลางของยุโรป โดยอยู่ห่างจากดาวเสาร์ ที่ระยะห่างราว 11.2 ล้าน - 18.6 ล้านกิโลเมตร (คาบการโคจรนาน 443 - 945 วัน) และมีทิศทางการโคจรสอดคล้องกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวเสาร์ (ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของดาวเสาร์ 34 - 40 องศา)

- S/2023 S 53, S/2020 S 46, S/2023 S 57, S/2020 S 47, S/2023 S 52, S/2023 S 51 และ S/2020 S 45 : เป็นสมาชิกของ “กลุ่มดวงจันทร์นอร์ส” (Norse group) กลุ่มของดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กมาก ที่บางดวงตั้งชื่อจากเทพปกรณัมนอร์สของชนกลุ่มนอร์ส ทางตอนเหนือของยุโรป โดยอยู่ห่างจากดาวเสาร์ ที่ระยะห่างราว 11.6 ล้าน - 27.3 ล้านกิโลเมตร (คาบการโคจรนาน 470 - 1,681 วัน) และมีทิศทางการโคจรสวนทางกับทิศทางการหมุนรอบตัวเองของดาวเสาร์ (ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของดาวพฤหัสบดี 136 - 178 องศา)

ตามแนวทางปกติของนักดาราศาสตร์ที่ตรวจหาดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ชั้นนอก เมื่อตรวจพบสิ่งที่คาดว่าเป็นดวงจันทร์แล้ว จะยังไม่ยืนยันรับรองว่าเป็นดวงจันทร์บริวารทันที แต่จะต้องรอการสังเกตการณ์เพิ่มเติมจากฝ่ายอื่น ๆ (ทั้งนักดาราศาสตร์ กล้องโทรทรรศน์ และยานสำรวจ) จนกว่าจะสามารถคำนวณวงโคจรและคาดการณ์ตำแหน่ง จนแน่ใจว่าวัตถุนั้นเป็นดวงจันทร์บริวาร (ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้) ถึงจะยืนยันรับรองว่าเป็นดวงจันทร์บริวาร ดังเช่น S/2011 J 4 และ S/2011 J 5 ของดาวพฤหัสบดี ที่ต้องรอถึง 15 ปี ถึงจะรับรองว่าเป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

และเพราะนักดาราศาสตร์มีเทคโนโลยีและเทคนิคในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงการส่งยานสำรวจไปยังดาวเคราะห์ ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถตรวจพบดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (โดยเฉพาะพวกดาวเคราะห์ชั้นนอก ที่เป็นดาวเคราะห์แก๊สขนาดใหญ่)

ณ ปัจจุบัน (มีนาคม 2026) ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีจำนวนดวงจันทร์บริวารแตกต่างกันไป โดยเรียงจากมากไปน้อย ดังนี้ ดาวเสาร์มี 285 ดวง ดาวพฤหัสบดี 101 ดวง ดาวยูเรนัส 29 ดวง ดาวเนปจูน 16 ดวง ดาวอังคาร 2 ดวง โลก 1 ดวง ส่วนดาวศุกร์และดาวพุธไม่มีดวงจันทร์บริวาร