xs
xsm
sm
md
lg

‘จาตุรนต์’ลงพื้นที่ดูปั๊มน้ำมันรอบบ่อกุ้งฉะเชิงเทรา เผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน พร้อมเก็บข้อมูลอภิปรายในสภาฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วานนี้ ( 22 มี.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หลังได้รับเสียงสะท้อนว่ากำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันสำหรับใช้กับเครื่องมือการเกษตรที่จำเป็นในบ่อกุ้ง โดยข้อมูลดังกล่าวปรากฏผ่านคลิปสั้นที่นายจาตุรนต์โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย สะท้อนภาพความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายจาตุรนต์ได้ตระเวนตรวจสอบสถานการณ์ตามปั๊มน้ำมันใกล้พื้นที่บ่อกุ้งร่วมกับเกษตรกร พบว่า ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้บ่อกุ้งที่สุด ไม่มีน้ำมันดีเซลจำหน่ายมานานถึง 10 วันแล้ว และคาดว่าจะได้รับการจัดส่งอีกครั้งในเดือนหน้า ขณะที่น้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ก็หยุดส่งมาแล้ว 3 วันเช่นกัน

พนักงานปั๊มน้ำมันให้ข้อมูลว่า ปั๊มดังกล่าวซื้อน้ำมันเกินโควต้าที่บริษัทกำหนดไว้ จึงไม่สามารถรับน้ำมันเพิ่มได้ในขณะนี้ ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนต้องหันไปเติมดีเซลพรีเมียมในราคาสูงถึงลิตรละกว่า 46 บาท เนื่องจากไม่มีทางเลือก และหลายคนต้องตระเวนหาน้ำมันจากหลายพื้นที่จนเมื่อรถใกล้น้ำมันหมด จึงจำใจต้องเติมแม้ราคาจะแพงกว่าปกติ

จากการตรวจสอบปั๊มน้ำมันอีกหลายแห่งในพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลเช่นกัน บางแห่งระบุว่ามีการจัดส่งแบบวันเว้นวัน หรือส่งเฉพาะช่วงเช้า แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงน้ำมันก็ขายหมด เนื่องจากมีประชาชนมาต่อคิวรอเติมเป็นจำนวนมาก แม้ปั๊มในพื้นที่ซึ่งเข้าใจปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จะยินยอมให้ซื้อน้ำมันดีเซลใส่แกลลอนได้ แต่ก็จำเป็นต้องจำกัดปริมาณต่อราย

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายหนึ่งสะท้อนว่า บางครั้งต้องขับรถไกลกว่า 24 กิโลเมตร จึงจะพบปั๊มที่ยังมีน้ำมันดีเซลจำหน่าย ทำให้ต้นทุนการประกอบอาชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายจาตุรนต์ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนปัญหาที่อาจลุกลามไปถึงเกษตรกรในพื้นที่อื่นทั่วประเทศด้วย

นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ยังได้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยได้รวบรวมข้อเสนอเป็นนโยบายเร่งด่วน 3 ด้าน เพื่อนำเข้าสู่การผลักดันในสภา ดังนี้

3 ข้อเสนอเร่งด่วน: พาพี่น้องเกษตรกรฝ่าวิกฤตน้ำมัน-ต้นทุนพุ่ง สู่ทางรอดที่ยั่งยืน

1.สถานการณ์และปัญหา: "น้ำมันแพง ของขาดตลาด ต้นทุนพุ่ง"

-วิกฤตน้ำมันโลก: สงครามทำให้แหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งถูกทำลาย ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกือบ 2 เท่า ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านพุ่งไปแตะลิตรละ 50-70 บาท

-ภาวะน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่: แม้รัฐจะบอกว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่ในทางปฏิบัติ "ปั๊มไม่มีน้ำมันขาย" ปริมาณน้ำมันที่ส่งมาลดลงกว่าครึ่ง (จาก 2 หมื่นลิตร เหลือเพียง 8 พันลิตร) ทำให้ประชาชนต้องตระเวนหาและเข้าคิวนาน

-กระทบหนักภาคเกษตร: พี่น้องชาวนาและเจ้าของบ่อกุ้งเดือดร้อนหนัก เพราะต้องใช้น้ำมันกับเครื่องจักรและระบบออกซิเจน เมื่อจะซื้อใส่แกลลอนสำรองเพื่อความอุ่นใจก็ทำได้ยากลำบาก

-โดมิโน่ของแพง: เมื่อน้ำมันแพง ต้นทุนทุกอย่างก็ขึ้นตาม ทั้งค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ รวมถึงสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ขณะที่รายได้ของประชาชนยังเท่าเดิม

2.แนวทางการแก้ปัญหา: "โปร่งใส หนุนต้นทุน เพิ่มรายได้"

ข้อเสนอที่ 1: "ปั๊มต้องโปร่งใส ชาวบ้านต้องรู้"
รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการจัดส่งน้ำมันจากคลังสู่ปั๊มแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนและท้องถิ่นร่วมตรวจสอบได้ทันที ป้องกันการกักตุนและแก้ปัญหาน้ำมันขาดตลาดในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างตรงจุด

ข้อเสนอที่ 2: "มาตรการอุดหนุนต้นทุน และค้ำประกันราคา"
ในเมื่อต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งคุมได้ยาก รัฐต้องเข้ามา "ช่วยที่ต้นทุนการผลิต" ทั้งค่าปุ๋ย อาหารสัตว์ และยาฆ่าแมลง รวมถึงต้องมีกลไกค้ำประกันราคาผลผลิตให้เกษตรกรอุ่นใจว่า "ทำแล้วไม่ขาดทุน" ในช่วงวิกฤตโลกเช่นนี้

ข้อเสนอที่ 3: "สร้างตลาดใหม่ ดึงรายได้จากโลกสู่ท้องถิ่น" เราต้องไม่แก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้า แต่ต้องสร้างรายได้ใหม่:

→ ดึงนักท่องเที่ยว-ผู้ป่วยต่างชาติ: เพื่อสร้าง Demand การบริโภคสินค้าเกษตร (ไข่ไก่, กุ้ง, ผักสด) ในปริมาณมหาศาลจากแหล่งผลิตในพื้นที่
→ ชูไทยเป็นจุดแวะพักโลก: ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ดึงสายการบินและนักเดินทางมาใช้จ่าย กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะปัญหาวิกฤตน้ำมันดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป