นางสาวพัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าพยุงราคาเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการเร่งจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม โดยเน้นการพึ่งพาแหล่งพลังงานภายในประเทศให้มากขึ้น
สำหรับมาตรการ "ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2" กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูง ให้จัดทำแผนประหยัดพลังงานในระยะ 1-3 เดือน เช่น การปรับเวลาเปิด-ปิดเครื่องจักร หรือการบริหารจัดการอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ขณะที่ภาครัฐมีเป้าหมายชัดเจนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ให้ลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 10 ผ่านการส่งเสริมระบบ Work From Home และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการใช้น้ำมัน นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ อย่างการติดตั้ง Solar Rooftop สามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการสำหรับผู้ประกอบการ ส่งเสริมการเปลี่ยนเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงผ่านโครงการ Co-pay โดยรัฐช่วยสนับสนุนงบประมาณ 20-30% วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย เชื่อว่าโครงการเหล่านี้จะสามารถประหยัดงานประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในภาคขนส่ง กรมพัฒนาพลังงานทดแทน ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงอุปกรณ์ และระบบการจัดการการขนส่งลงประมาณ 20-30% วงเงินสูงสุดอยู่ที่สองล้านบาทต่อสถานประกอบการ
นอกจากนี้ กรมพลังงานทดแทนฯ ยังได้ร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อปล่อยเงินกู้ที่มีความเป็นธรรมกับผู้กู้ ในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้กับสถานประกอบการ หากประชาชนท่านใดมีข้อสอบถาม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน มีคลินิกอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอีกด้วยที่เบอร์ 0638269784
นางสาวพัชรี ย้ำว่า เราจะร่วมกันจับมือผนึกกำลังลดการใช้พลังงาน เพื่อก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อค่าของชีพของเราไปด้วยกัน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ


