นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว มีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้สอดรับกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน และรองรับการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งมีภารกิจเพิ่มเติมที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การรองรับภารกิจการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่สมัครใจหรือมีความพร้อม จากสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทั้งนี้ ในการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดังกล่าว ไม่มีการเพิ่มจำนวนกองและอัตรากำลังในภาพรวม โดยกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการเสนอร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการภายในกรมตามมติคณะรัฐมนตรี (19 ธันวาคม 2549 และ 25 สิงหาคม 2554) แล้ว ประกอบกับกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และ สำนักงบประมาณ พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย
โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าหากกระทรวงมหาดไทย (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ยืนยันว่า การดำเนินการตามร่างกฎกระทรวงนี้ ไม่มีผลเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณหรือมีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอรองรับการดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว กรณีจึงเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้มีได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการ อันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการนี้ ไม่มีผลเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณหรือมีงบประมาณรายจ่ายเพียงพอรองรับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้ว และเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติโดยเป็นไปตามที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้ มิได้มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


