ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นำโดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงข่าวร่วมกัน
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงที่ผ่านมา พร้อมยกมือขอโทษ และชี้แจงว่า เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 โรงกลั่น มีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 175 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งในแต่ละวันเราจะนำน้ำมันดิบ 175 ล้านลิตร มากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูป และจะได้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 32-33 ล้านลิตรต่อวัน เป็นน้ำมันดีเซลอีกประมาณ 75 – 80 ลิตรต่อวัน มีน้ำมันเครื่องบินน้ำมันเจ็ท อีกประมาณ 25 ล้านลิตรต่อวัน และมีน้ำมันเตาอีกประมาณ 13 ลิตรต่อวัน ขณะที่อีกส่วนจะเป็นแก๊สหุงต้ม หรือ LPG ประมาณ 6-7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากโรงกลั่นน้ำมันจะขายน้ำมันให้กับผู้ค้ารายใหญ่ อาทิ แบรนด์ต่างๆ และปั๊มอิสระ ตามมาตรา 7 หรือบางครั้งจะส่งให้กับผู้ค้าคนกลาง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมาการจัดส่งน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันที่ขายส่งอาจมีเหตุการณ์ที่ผิดพลาดบางจุด เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันที่ขายส่งไม่ได้รับน้ำมัน เพราะมีการขนส่งไปยังภาคอุตสาหกรรมก่อน ทำให้หลายภาคส่วนมาเติมกันที่สถานีบริการน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ว่าให้ทุกหน่วยงานร่วมกันอย่างเต็มที่ และคอยเฝ้าระวังไม่ให้มีการทุจริต ขณะเดียวกัน ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ส่งน้ำมันให้สถานีบริการขนาดเล็ก เพื่อกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังจุดอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานีบริการน้ำมัน
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างประสานขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย ให้ขยายเวลาการจัดส่งน้ำมันเพิ่มขึ้นไปยังสถานีบริการต่างๆ พร้อมกับให้กระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามจุดต่างๆ
ส่วนปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า มีอยู่ภายในประเทศ 17+25 เป็น 42 วัน และอยู่ระหว่างการขนส่งอีก 29 วัน ซึ่งมาจากแองโกลา 1.9 ล้านบาร์เรล และสหรัฐฯ อีกกว่า 625,000 บาร์เรล รวมถึงสัญญาจัดหาล่วงหน้าเพิ่มเติมอีก 30 วัน ทำให้ปัจจุบันมีน้ำมันเพียงพอ 101 วัน
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เราได้มีการเดินหน้าตรวจสต็อกน้ำมัน ใน 23 จังหวัดใน 53 คลัง พบว่ามีน้ำมัน 589 ถัง รวมถึงตรวจสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ 1,502 สถานีบริการ พบว่าต้องปิดบริการ จำนวน 150 สถานีบริการ และ มีน้ำมันไม่ครบบางส่วน 1,039 สถานีบริการ และเปิดบริการครบ 306 สถานีบริการ ฉะนั้นยืนยันว่ามีเพียงพอในประเทศ จึงขอให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ และช่วยกันประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง


