นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมพรรคฯ โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภา พรรคเพื่อไทยจะผลักดันประเทศไทยให้มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ทั้งในบทบาทของฝ่ายบริหาร และบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติผ่าน สส.ของเรา พรรคเพื่อไทยจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีรากฐานสำคัญ 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ ด้านที่ 1 คือโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้านที่ 2 คือ การเมืองรากฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของนิติรัฐ นิติธรรม กฎหมายที่ยุติธรรมทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และด้านที่ 3 คือ การวางรากฐานความมั่นคงทุกมิติ ทั้งด้านทหาร อาหาร และสังคม
ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวมทั้งสิ้น 47 ฉบับ ที่จะเป็นแผนกฎหมายที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ และเป็นกรอบที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ พรรคเพื่อไทยได้แบ่งกฎหมายต่างๆ เหล่านี้เป็น 4 หลักคือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2.กลุ่มวางมาตฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 3.กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง และ 4.กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่า โดยมี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันได้ทันทีหลังจากสภาผู้แทนราษฎรเปิด
ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวมทั้งสิ้น 47 ฉบับ ที่จะเป็นแผนกฎหมายที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ และเป็นกรอบที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ พรรคเพื่อไทยได้แบ่งกฎหมายต่างๆ เหล่านี้เป็น 4 หลักคือ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2.กลุ่มวางมาตฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 3.กลุ่มความปลอดภัยและความมั่นคง และ 4.กลุ่มสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่า โดยมี 16 ฉบับที่สามารถผลักดันได้ทันทีหลังจากสภาผู้แทนราษฎรเปิด


